ดูลายมือเมื่อไหร่ดี
ดูลายมือเมือไหร่ดี
         
       ดูลายมือดูเมื่อไหร่ดี  จะดูลายมือที่ไหนดี จะดูลายมือปีละกี่ครั้ง ดูลายมือปีละหนึ่งหรือสองครั้งดี  เด็ก ๆ ดูลายมือได้หรือไม่  ลายมือบอกได้หรือไม่้ว่าปีนี้จะได้เลื่อนยศ เลื่อตำแหน่ง ปีหน้าจะเปลี่ยนงานหรือไม่ ลายมือบอกว่าจะพบเนื้อคู่และได้แต่งงานเมื่อไหร่ ลายมือบอกว่าจะได้ไปต่างประเทศหรือไม่.... หลากหลายคำถามเหล่านี้คือเหตุจูงใจในการที่จะตัดสินใจไปดูลายมือ  เพราะจริง ๆ แล้วคนเราจะทำอะไรสักอย่างมักจะมีเป้าหมายอยู่แล้วในใจ จะเข้มข้นหรือจริงจังขนาดไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คนที่จริงจังหรือประสบปัญหาจริง ๆ ส่วนหนึ่งก็มักจะตัดสินใจไปดูลายมือเพื่อปรึกษาหารือ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ตัดสินใจดูลายมือก็จะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คื
    1.กลุ่มที่อยู่ใน "ช่วงขาขึ้น" (โลกธรรม 8 ฝ่าย อิฏฐารมณ์ 4=ได้ลาภ ได้ยศ ได้รับสรรเสริญ ได้รับความสุข) กับอีก
 
    2.กลุ่มที่อยู่ใน "ช่วงขาลง" (โลกธรรม 8 ฝ่าย อนิฏฐารมณ์ 4=เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา ได้รับทุกข์) 
      
    ทั้งสองกลุ่มนี้มีความรู้สึกหนึ่งที่คล้ายกันคือกันคือไม่แน่ใจในอนาคต  และก็อยากรู้อนาคตว่ามันจะดีหรือร้ายอย่างไรต่อไป   กลุ่มที่เป็น "ขาขี้น" ก็ยากรู้ว่าจะขึ้นนานแค่ไหน จะอยู่ดี มีสุข อย่างนี้อีกนานไหม และจะเจริญุร่งเรืองต่อไปไหม (ไม่อยากสูญเสียสิ่งที่ตัวเองได้รับและอยากได้มากขึ้น)   ส่วนกลุ่มที่เป็น "ขาลง"  ก็อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม  มีทางแก้ไข หรือไม่  เมื่อไหร่จะก้าวข้าม ก้าวพ้น ข้ามผ่านเรื่องแบบนี้และได้เริ่มต้นดี ๆ (อยากพ้นทุกข์ และออกจากปัญหาที่ต้วเองกำลังประสบอยู่)
 
     3.กลุ่มที่ไม่ขึ้นไม่ลง "กลาง ๆ"  หรือภาษาทางพระท่านว่า "อุเบกขา" ****  หมายถึง ความรู้สึกเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์
     กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ตัดสินใจไปดูลายมือมากกว่าทั้งสองกลุ่มที่กล่าวมา  ทั้ง ๆ ที่ไม่มีปัญหาอะไร  แต่ก็เกิดแรงบันดาลใจ มีเหตุจูงใจ หรือมีเหตุดลใจบางอย่างให้เกิดความอยากรู้  อยากเห็น  อยากได้ อยากดี  อยากมี อยากเป็น คือรวมเอาสองความรู้สึกจากกลุ่มที่ 1 และ กลุ่มที่ 2 มารวม ๆ กัน  "คืออยาก และไม่อยาก" อยากก็อยากได้ 4 อย่าง ตามกลุ่มที่ 1 ไม่อยากก็คือไม่อยากได้ 4 อย่างตามกลุ่มที่ 2  จึงตัดสินใจไปดูลายมือเพื่อจะรู้อนคตของตัวเอง

   ลองมาสรุปคำถามของกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่อยู่ใน "ช่วงขาขึ้น" ลายมือจะมีลาภลอยอีกเมื่อไหร่(เคยมีเคยได้) ลายมือบอกจะรวยหรือไม่และเมื่อไหร่(อยากรวยมากขึ้น)  จะได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งหรือไม่เมื่อไหร่ ปีนี้ เป็นอย่างไร ปีหน้าเป็นอย่างไร  บั้นปลายชีวิตสุขสบายหรือไม่   สุขภาพเป็นอย่างไร  อายุยืนหรือไม่....ฯ   สรุปว่ามีความสุขก็อยากจะมีอยู่นาน ๆไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง  ในลายมือคนเราอะไรที่เป็นเรื่องความสุขที่จะได้เข้ามา ทั้งระยะสั้นและระยะยาวเหล่านี้ ในมือบางคนเส้นลายมือมีคำตอบและทราบได้แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นในปีใด ช่วงเดือนใด
    ลองมาสรุปคำถามของกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่อยู่ใน "ช่วงขาลง"  เมื่อไรจะมีโชคมีลาภ (ตอนนี้เหนื่อยอยู่) หน้าที่การงานจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร   จะถูกฟ้องหรือไม่  หนี้สินจะหมดเมื่อไหร่  จะตั้งงต้นได้เมื่อไหร่  มีโอกาสคืนดีกับแฟนไหม  จะได้แต่งงานไหม่ ..ฯ หลากหลายคำถามในความกังวล และต้องการพ้นทุกข์ที่กำลังประสบอยู่   ในมือหลายคนมีสัญญาณหรือข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าเมื่อไหร่จะผ่านพ้นอุปสรรคและปัญหาเหล่านั้นได้  อะไรเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ปัญหาเหล่านั้นผ่านพ้นไป...
    ลองมาสรุปคำถามของกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ไม่ขึ้นไม่ลง "กลาง ๆ"  กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ไม่กังวลอะไรมาก คืออยากรู้เพื่อรู้ จริงก็ดี ไม่จริงก็ไม่เป็นไร  ดู ๆ ไปเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจดูลายมือมากที่สุด   แต่เมื่อได้ดูลายมือไปสักพักเขาก็จะเริ่มทึ่งกับการที่ได้รับคำตอบเพราะบางตำแหน่งในมือจะบอกได้ว่าเจ้าตัวเคยประสบความสำเร็จ หรือประสบปัญหาอะไรมาแล้ว  บางคนเริ่มต้นจากความไม่เชื่อ มาดูเป็นเพื่อนของเพื่อน  แต่พอดูลายมือถูกทักว่า "คุณนี่เคยได้รับทุนการศึกษาเมื่ออายุ 25 ปี"  เขาก็จะเริ่มงง ๆ ว่าดูลายมือบอกได้ขนาดนั้นเลยหรือ (ตอนนี้เขาอายุ 35 ปี และยังจดจำความสำเร็จครั้งสำคัญนั้นได้อยู่)  " และเมื่ออายุ 33 ปีได้รับความสำเร็จครั้งสำคัญของชีวิตและสืบต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน" (เขาตอบด้วยความภาคภูมิใจแฝงความตื่นเต้นกับความแม่นยำของคำพยากรณ์ "ผมได้แต่งตั้งเป็นผู้จัดการตอนอายุ 33 ปี" สีหน้าแววตาเขายังปิติสุขกับความสำเร็จที่พึ่งผ่านไปเมื่อ 2 ปี)   "คุณมีโอกาสดี ๆ แบบปีที่อายุ 33 อีกครั้ง ในช่วงวันที่ 1-20 ต.ค.54  นี้" (พยากรณ์ตอนเดือน มิ.ย.)  เขาหยุดและเหมือนครุ่นคิดสักครู่เดียว  " ก็อาจเป็นไปได้ครับ เพราะมีตำแหน่งที่สูงกว่าผมเขาย้ายไปต่างประเทศ"  นี่คือตัวอย่างบางกรณีบางคนที่มีเส้นมีสัญลักษณ์ในมือบอกได้ชัดเจน  เส้นแขนงที่เกิดขึ้นจากเส้นชีวิตคือตำแหน่งที่บอกได้ถึงความเจริญก้าวหน้าของชีวิต  ไม่ว่าจะเป็นการได้รับทุน  หรือการเลื่อนตำแหน่งเลื่อนขั้น การสอบแข่งขันได้สำเร็จ การได้รับความสำเร็จใดๆ ที่ทำให้ชีวิตก้าวหน้าและมีความสุขความเจริญ    เส้นวาสนาที่แตกกิ่ง แตกแขนงออกก็มีความหมายคล้าย ๆกันแต่ต้องดูทิศทางของปลายเส้นที่แยกออกว่าไปสิ้นสุดที่ใด  เส้นอาทิตย์ เส้นอุปถัมภ์ เส้นโชคลาภในมือต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วยจะได้รับคำพยากรณ์ที่แม่นยำ
    อนึ่ง ในกลุ่มที่เป็นกลาง ๆ อย่างที่ว่านี้มักจะดูลายมือเพื่อตรวจสอบดวงชะตาว่าในแต่ละปีว่ามีอะไรที่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เจริญก้าวหน้าขึ้น เช่น ช่วงก่อนปีใหม่ หรือเทศกาลปีใหม่ประมาณเดือน พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธุ์ ส่วนมากจะไปดูลายมือด้วยจุดประสงค์ดังกล่าว และดูเรื่องทั่วไป การงาน การเงิน ครอบครัว ความรัก โชคลาภ  สุขภาพ อุบัติเหตุ  การเปลี่ยนแปลงชีวิต   ที่จะเกิดขึ้นในปีใหม่ถัดไปและอนาคตทั้งไกล้ใกล เป็นการอัพเดทดวง(update=สถานะปัจจุบัน หรือล่าสุด/ใช้ทับศัพท์จนคุ้นเคยและเข้าใจ แต่ไม่แน่ใจว่าให้คำจำกัดความถูกหรือไม่) คนที่สถานะโดยทั่วไปดีอยู่แล้วก็อยากดีอยากเป็นอย่างนี้และดีขึ้นต่อ ๆ ไป ส่วนคนที่ไม่ค่อยดี หรือกลาง ๆ ก็อยากจะดีขึ้น อยากรู้ว่าจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน  มีปัญหาหรืออุปสรรคที่ต้องพบเจออีกหรือไม่......ลายมือบอกได้นะครับว่าช่วงแต่ละปีเป็นช่วงที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร  และในแต่ละปีช่วงเดือนใด วันที่เท่าใดจะดีมีโชคลาภ
   นอกจากนั้นการดูลายมือก็จะมีช่วงเทศกาลโยกย้าย ขึ้นเงินเดือน ปรับต่ำแหน่งของทางราชการ  จะมีก่อนเดือน เมษายน  และก็ก่อนเดือนตุลาคม  ค่อนข้างมาก  คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่าคำถามคืออะไร  อันนี้ก็ดูได้จากลายมือและก็ชัดเจนมากในลายมือบางคน  บอกและยืนยันได้เลยว่าปีนี้จะได้หรือไม่
    กล่าวโดยสรุปก็คือว่าลายมือบอกได้ถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นไม่่ว่าดี หรือร้าย    ลายมือตอบสนองความต้องการที่จะรู้อนาคตของคนทุกกลุ่มทุกอาชีพ การดูลายมือจึงดูได้ทุกเทศกาล  ทุกเพศ ทุกวัย  การดูลายมือจะแม่นมากน้อยแค่ไหนก็อยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของผู้ดูลายมือ หรือหมอดูลายมือเป็นสำคัญ.

 


 

ดูลายมือ 349 บาท

ดูลายมือ 349บาท

 

ดูลายมือ 199 บาท

ดูลายมือ 199 บาท

ดูลายมือฟรี

ดูลายมือฟรี


 

****เวทนา ๕ แบ่ง การเสวยอารมณ์ ออกเป็นห้าอย่าง คือ


  1. สุข หมายถึง ความสุข ความสบายทางกาย

  2. ทุกข์ หมายถึง ความทุกข์ ความไม่สบาย ความเจ็บปวดทางกาย

  3. โสมนัส  หมายถึง ความแช่มชื่น ปลื้มใจ สุขใจ

  4. โทมนัส หมายถึง ความเสียใจ ความเศร้าโศก เศร้าหมอง ทุกข์ใจ

  5. อุเบกขา  หมายถึง ความรู้สึกเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 08 กันยายน 2011 เวลา 10:50 น.)