ชรินทร์-เพชรรา-คู่รักอมตะ

5 ย. ครองรักยืนยง

       คนเรามีลายมือที่เหมือนกันหรือเส้นลายมือในมือที่เหมือนกันมากเท่าไหร่หรือมากที่สุดก็มักจะเป็นเนื้อคู่กัน ครองรักกันเป็นสุข รักกันมั่นคงไม่เลิกรา  เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่    

       จากประสบการณ์ที่ผมได้เฝ้าสังเกตและการศึกษาวิเคราะห์ทางลายมือ ก็พอที่จะยืนยันได้ว่าเป็นเช่นนั้นจริง   ผมเคยเก็บตัวอย่างลายมือคู่รักไว้ใจำนวนมากและพยายามวิเคราะห์ว่าทำไมคนที่เลิกรากันนั้นมีอะไรที่แตกต่างหรือเข้ากันไม่ได้ ซึ่งเส้นลายมือที่แตกต่างกันมากนี่แหละคือสาเหตุสำคัญของการเลิกรากัน อ่านต่อไปนะครับแล้วจะเข้าใจได้มากขึ้นว่าเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร

       คนในครอบครัวหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก  สมมติว่ามีลูกชาย 2 คน ลูกสาว 2 คน นำลายมือพ่อไปเปรียบเทียบกันลูก 4 คน จะมีคนที่เหมือนกับพ่อมากที่สุดอยู่อย่างน้อยก็ 1 คน และก็เช่นกัน ในจำนวน 4 คน จะมีคนที่มีลายมือเหมือนแม่มากทีุ่สุดอยู่อย่างน้อยก็ 1 คน   ไม่ว่าจะอย่างไร  เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คนที่มีลายมือเหมือนพ่อก็จะผูกพันธ์กับพ่อ มีอะไรหลายอย่างที่เหมือนพ่อ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกลักษณะ แนวคิด การกระทำ และพ่อลูกคู่นั้นสื่อสารเข้าใจกันได้มากกว่าคนอื่น ๆ ในจำนวนพี่น้องท้องเดียวกัน และก็เช่นกันคนที่มีลายมือเหมือนแม่ก็จะเป็นคู่แม่ลูกที่สื่อถึงกันได้ดีกว่าคู่อื่น ๆ เช่นกัน  ไม่ว่าคนที่ลายมือเหมือนพ่อ หรือเหมือนแม่ จะเป็นลูกผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม คนที่ลายมือเหมือนแม่ก็สนิทและผูกพันธ์กันแม่มากกว่า  คนที่มีลายมือเหมือนพ่อก็จะสนิทและผูกพันธ์กับพ่อมากว่า  และจะเป็นอย่างนั้นสมอไม่ยกเว้น

       และเรื่องลายมือที่เหมือนจึงรวมไปถึงคู่รักที่ได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ถ้าลายมือมีส่วนเหมือนกันมาก หรือยิ่งมากเท่าไรก็ย่อมเข้าใจอะไรเหมือนกัน  มีทรรศนคติที่ตรงกัน  การคิดการกระทำก็จะออกไปในแนวเดียวกัน  ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจกันก็ย่อมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ความรักมีความมั่นคงตลอดไป

    อย่างไรก็ตามหากรู้ตัวแล้วว่าเส้นสายในมือต่างกันมาก  โอกาสที่จะมีปัญหาทั้งเรื่องที่คิด สิ่งที่ทำก็มักจะแตกต่างกัน  คิดต่างทำต่างก็อยู่ด้วยกันได้ หากมีเป้าหมายตรงกันคือความสำเร็จมั่นคงของครอบครัว  แต่ทั้งคู่ก็ต้องมีหลักยึดหรือธรรมเนียมปฏิบัติที่สอดประสานกันอย่างน้อยก็ 5 ประการดังนี้


1.ยกย่อง  การให้เกียรติกัน ด้วยการกระทำ  การพูด  หรือยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างก็คือการยกย่อง  และต้องมีให้กันทั้งต่อหน้าและลับหลัง โบราณท่านว่า "ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่าน้ำเข้า"  

2.ยืดหยุ่น การให้อภัยกัน  เรื่องบางเรื่องก็หยวน ๆ บ้าง  อย่าเคร่งครัดจนตึงเปะ พระท่านสอนว่า ทุกอย่างให้เป็นไปตามแนว "ทางสายกลาง"  เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น

3.ยินยอม  ให้นึกถึงสมัยที่เคยรักกันใหม่ ๆ อะไรก็ยอม  แต่ในเมื่อเวลาเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างเป็นธรรมดา  คนที่ไม่เคยยอมบางเรื่องก็ต้องยอม  ต้องยอมเลิกกระทำบางอย่างที่เราชอบแต่เขาไม่ชอบ  "จงเอาใจเขา  มาใส่ใจเรา" แล้วจะรู้ว่าอะไรที่เราไม่ชอบแล้วเขายังทำมันเป็นอย่างไร

4.แยกแยะ บางคนอาจเข้าใจผิดไปว่า เมื่อแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้วทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกันหมด  จะกินจะนอน จะไปไหนมาไหน จะคบกับใครพูดกับใคร  จะต้องรู้เรื่องให้หมด โทรไปไหน  โทรหาใคร ผู้ชายหรือผู้หญิง คุยกันนานจัง คุยเรื่องอะไร  ทำไมต้องพูดอย่างนั้น ทำไมต้องไปด้วย  ....ต้องแยกแยะให้เป็นเพื่อนเราเพื่อนเขา  ครอบครัวเราครอบครัวเขา  ทุกคนมีความต้องการที่จะเป็นส่วนตัว  ต้องแยกแยะเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง  ให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติให้มากทีุ่สุด  "ต้องรักษาระยะห่างให้พอเหมาะ"

5.ยืนยัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น "เรายังรักกัน...  ยืนยัน" เราทั้งคู่ต้องเอาความรักมาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นเราต้องยืนหยัดว่าเรายังรักกัน   "มีสุขร่วมเสพ  มีทุกข์ร่วมต้าน"  เราจะแก้ไขป้ญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จับมือกันให้มั่นคงและจะเดินไปด้วยกัน  ไม่ทอดทิ้งกัน  คนเราหากคิดจะไปคิดจะเลิกราก็มักจะมีข้ออ้างมีเหตุผลเป็น 100 ที่จะไป  แต่จงระลึกไว้และใช้เพียงเหตุผลเดียวเพื่อที่จะอยู่ "คือรักกัน" และก็ ยืนยันว่าเราสองคน รักกัน


รักแท้ คืออะไร ..?? ลายมือบอกรักแท้

คลิกอ่านเพิ่มเติม


ธนพงศ์  หลักนครพล


แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 04:40 น.)