Articles

ลายมือบอกความสำเร็จในอาชีพการงาน

ลายมือบอกความสำเร็จในอาชีพการงาน

เส้นลายมือต่าง ๆ สือถึงความสำเร็จในอาชีพการงาน
เส้นลายมือต่าง ๆ สือถึงความสำเร็จในอาชีพการงาน
ลายมือบอกได้ถึงความต่อเนื่องของอาชีพการงานและการดำเนินชีวิต เส้นชีวิตที่หยุดไปหมายถึงหยุดงาน ย้ายที่อยู่  เปลี่ยนงานเปลี่ยนอาชีพ หากมีเครื่องหมายร้ายประกอบก็อาจหมายถึงเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือเสียชีวิตก็เป็นไปได้
1.เส้นชีวิตหยุดลง หมายถึงหยุดจากสิ่งที่เคยทำมาอย่างต่อเนื่อง  หยุดจากชีวิตที่เคยดำเนินมาก่อนหน้านี้ ตำแหน่งนี้หมายถึงอายุประมาณ 35 ปี จะต้องหยุดการดำเนินชีวิตแบบเดิมที่เคยทำมาก่อนหน้า
2.เส้นชีวิตเกิดขึ้นใหม่ ออกนอกไปทางริมฝ่ามือ คือการย้ายไปที่อื่นที่ไกลจากครอบครัวออกไป

     อาชีพอะไรดีมักจะถูกถามเสมอ ก่อนตอบในเรื่องลายมือขอตอบเป็นหลักการก่อนเพราะใด ๆ ในโลกนี้ย่อมมีกฎตามธรรมชาติของแต่ละเรื่องแต่ละอย่างอยู่ว่าจะต้องทำอย่างไร  เช่นเดียวกับการทำงานก็ต้องมีกฎของความสำเร็จที่จะต้องมีตามธรรมชาติคือปัจจัยภายในตัวเรา และปัจจัยภายนอกตัวเรา

     กฎธรรมชาติที่เป็นสากลและเป็นจริงมี 4 ประการกล่าวคือ

1. ธรรมชาติ = ใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น และมีอยู่คือธรรมชาติ เช่นต้นไม้  สัตว์  รถยนต์ น้ำ ไฟ  .. ฯลฯ

2.กฎของธรรมชาติ =ใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นแล้วตามข้อ 1 จะต้องมีกฎที่เป็นไปตามธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ เช่นต้นไม้ก็ต้องมีกฏของต้นไม้ ว่าจะดำรงชีวิตอยู่และเจริญเติบโตได้อย่างไรตัวอย่างของกฎธรรมชาติของต้นไม้คือต้องได้รับอาหาร แสงแดดเพื่อปรุงอาหาร จึงจะเจริญเติบโตและขายายพันธุ์ได้ หรือกฎของรถยนต์จะต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อกำหนด  จะต้องมีส่วนผสมของอากาศ  เชื้อเพลิง และไฟฟ้าจุดระเบิดถึงจะสตาร์ตได้  จากนั้นก็จะมีกฎที่ต้องทำอีกมากมายจึงจะขับเคลื่อนไปได้

3.หน้าที่ตามธรรมชาติ =ก็คือหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎในข้อ 2  คือต้นไม้มีหน้าที่ต้องหาอาหารทางราก ต้องปรุงอาหารด้วยใบที่ได้รับแสดงแดดมาเป็นปัจจัยประกอบในการปรุงอาหาร หรือหน้าที่ของรถยนต์ก็คือคนที่จะขับรถหรือใช้รถเป็นพาหนะก็ต้องทำตามกฎของรถยนต์คันนั้น ๆ เช่นรถคันนั้นเขามีกฎว่าต้องเติมน้ำมันดีเซล ถ้าเราไปเติม เบนซิน  เครื่องรถยนต์คันนั้นก็พัง เพราะเราทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามกฏของธรรมชาติของแต่ละสิ่ง

4.ผลลัพธ์ตามธรรมชาติ  คือผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามกฏของธรรมชาติในข้อ 3 เช่นถ้าต้นไม้ได้ทำตามกฎของต้นไม้ คือถ้ารากดูดอาหาร ใบปรุงอาหาร  ผลก็คือต้นไม้มีชีวิตอยู่และดำเนินไปตามกฏของธรรมชาติ จะดีและได้ผลดีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฏของธรรมชาติของแต่ละสิ่ง ถ้าทำถูกต้องดีแล้ว ผลก็ออกมาดี ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ไม่ดีหรืออาจไม่มีชีวิตต่อไปก็ได้  หรืออีกตัวอย่างกรณีกฏธรรมชาติของรถยนต์คันนี้เขาให้บรรทุกได้เต็มที่ 3 ตัน แต่ผู้มีหน้าที่ไปบรรทุก 5 ตัน  ผลลัพท์ก็คือยางแตก หรือไม่ก็แหนบหัก ไปไม่ได้ นี้คือผลลัพท์   ผลลัพท์คือผลของการปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติ

ทีนี้มาดูว่าการจะกระทำอะไรให้สำเร็จในการดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้นก็มีกฎธรรมชาิติของมนุษย์เช่นกัน เพราะมนุษย์มีชีวิตมีหน้าทีหลายอย่างมาก และแต่ละอย่างก็มีกฎตามธรรมชาติที่มีขึ้นโดยธรรมชาติิอยู่แล้ว  เพียงแต่ว่าเราจะรู้หรือไม่เท่านั้นเอง  ปัจจัยตามธรรมชาติที่จะทำให้มนุษย์เราประสบผลสำเร็จมี 2 ปัจจัยหลัก คือ

1.ปัจจัยภายในตัวเราก็ประกอบด้วยความรู้และการปฏิบัติของตัวเอง

2.ปัจจัยภายนอกตัวเราซึ่งประกอบไปด้วย บุคคลอื่น และสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา

ทั้งสองหัวข้อทีกล่าวมานี้หากแยกย่อยออกไปก็จะแตกเป็นอีกมากมายก่ายกองเหมือนภาษาทางธรรมะท่านว่า 84,000 ...

แต่ให้มาดูย่อ ๆ เพียงว่า คนเราจะทำอะไรให้สำเร็จได้นั้นต้องประกอบด้วย

ปัจจัยภายในตัวเราอย่างน้อยที่ต้องมีคือ

1.ต้องมีความรู้ในสิ่งทีทำ  ความรู้ในที่นี้ก็ต้องรู้จริง และถ้าจะต้องรู้จริงได้ก็ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ทฤษฎี ทั้งวิชาการและภาคปฏิบัติคือให้เกิดประสบการณ์จริงจากกระทำด้วยตัวเอง  เมื่อรู้จริงแล้ว หากมีปัญหาหรือข้อผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะรู้ได้ว่าจะแก้ปัญหานั้น ๆ ได้อย่างไร ใช้เวลาและเงินทองมากน้อยเท่าใด

2.หลักธรรมในการปฏิบัติคืออิทธิบาท 4  คือ

1.ฉันทะ=ความพึงพอใจกับสิ่งที่ทำ

2.วิริยะ=ความเพียรพยายามในสิ่งที่ทำอย่างมีเป้าหมายเพื่อความสำเร็จ ค้นคว้าหาความรู้กับสิ่งที่ทำ

3.จิตตะ=ความใส่ใจกับสิ่งที่ทำ พิจารณาตรวจสอบข้อดีข้อเสียอยู่อย่างสม่ำเสมอ

4.วิมังสา=ทบทวนปรับปรุงแก้ไข  ตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 3 ว่ามีอะไรน้อยไป มากไป บกพร่องอะไร แก้ไขอย่างไร  

และนอกจากนั้นควรนำหลักธรรมเพื่อความสำเร็จในการประกอบธุรกิจการงานไปเป็นหลักในการดำเนินชีวิตคือฆราวาสธรรม 4 ประกอบด้วย

1.สัจจะ=ความซื่อสัตย์  ความตรงต่อใด ๆก็ตาม เช่นปริมาณ คุณภาพ เวลา  ไม่เอาเปรียบ = เครดิต=ความเชื่อถือ ถ้าปราศจากความซื่อสัตย์แล้วก็ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือ ถ้าคนเราไม่น่าเชื่อถือก็ไม่มีคุณค่าใด ๆอีกต่อไป

2.ทะมะ=ความเพียร=พัฒนาฝึกฝนหาความรู้ให้รู้จริงกับสิ่งที่ทำเพิ่มเติมความรู้อยู่เสมอ

3.ขันติ=อดทนด้วยความศรัทธาว่าเราทำได้  ต้องอดทนและมุ่งมั่นไม่่ว่าจะเหนื่อยและหนักอย่างไร เป้าหมายจะต้องไม่ละทิ้งหรือถอดใจง่าย ๆ

4.จาคะ=เสียสละ แบ่งปัน  =ไม่เอาเปรียบ คืนกำไรกับสังคม=ท่านจะได้มิตรได้สังคมเป็นวงกว้างออกไป

ปัจจัยภายนอกตัวเราก็ประกอบด้วยองค์ประกอบในสิ่งที่จะทำ เช่นหากขายสินค้าองค์ประกอบที่จำเป็นคือ

1.ทำเล =สถานที่ตั้งเหมาะสม  การตกแต่ง อุปกรณ์เครื่องใช้

2.สินค้า= คุณภาพสินค้า, สินค้าที่ขายต้องเหมาะกับทำเลและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

3.บุคคลากร=การบริหาร ,การบริการ,ความรู้ในเรื่องการบริหารการจัดการคน

4.ราคาและการส่งเสริมการขาย ต้องเหมาะสมกับปริมาณคุณภาพ และแข่งขันได้

5.เงินทุน ต้องมีเงินทุนพอเพื่อการลงทุนและสำรองในช่วงเริ่มต้นและช่วงขายไม่ดี (low season)

6.องค์ความรู้ในการบริหารจัดการโดยรวม อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราทำอะไรก็ต้องมีความรู้กับเรื่องนั้น ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้าย  และต้องรู้จริง ๆ

   และหนึ่งในองค์ความรู้ที่อยากให้ทุกคนนำไปปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย หรือใหญ่ ๆ ระดับประเทศ หรือระดับใด ๆ ก็ตามนั้นก็คือ 1.ความพอประมาณ  2 ความมีเหตุผล  3 การมีภูมิคุ้มกัน ทั้งสาม หลักนี้ต้องควบคุมด้วยเงื่อนไขของ ความรู้ และเงื่อนไขของ คุณธรรม (หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง)

"รู้จริง"คือสูตรของความสำเร็จ เพราะรู้จริงเมื่อผิดพลาดแล้วจะรู้ว่าผิดพลาดที่ขั้นตอนใด แล้วจะแก้ไขได้ถูกต้องตรงประเด็น   ซึ่งตรงกันข้ามกับรู้บ้างไม่บ้าง หรือรู้ไม่จริง เมื่อผิดก็ไม่รู้ว่าผิดตรงไหน และจะแก้ไขอย่างไร...

  ที่ จริงแล้วในมือคนเราก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง แต่จะมีอย่างหนึ่งที่ตรงกับเรามากที่สุด เหมือนจริตคนเราคือบางคนก็รักสวยรักงามเป็นพิเศษ  ถ้าได้ทำงานเกี่ยวกับของสวย ๆ งาม ๆ ก็จะมีความสุข แต่ความจริงแล้วอาจไม่เป็นอย่างนั้นเป้าหมายของการทำงานคือได้ค่าตอบแทน  บางทีการที่ได้ทำในสิ่งที่อชอบ แต่คู่แข่งเยอะ อุปสรรคเยอะเลยได้ ค่าตอบแทนไม่คุ้มค่าเหนื่อยสู้ไปทำอะไรที่ไม่ชอบแต่ก็ได้ค่าตอบแทนเยอะจะดี กว่า  สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จก็คือความรู้เรื่องนั้น ๆ ที่เราจะทำเพื่อประกอบเป็นอาชีพ  และคำว่าอาชีพนั้นรู้เฉย ๆ ไม่พอ  ต้องรู้ลึก และรู้จริง  คนเราจะรู้อะไรก็ตามต้องเรียน  การเรียนอย่างเดียวไม่พอต้องมีประสบการณ์ ประสบการก็เกิดจากการลงมือทำเท่านั้นไปหาซื้อที่ไหนไม่มีขาย  ไปอ่านประสบการณ์คนอื่นก็เป็นเพียงความรู้มาประกอบเท่านั้นไม่ใช่ประสบการณ์ตรง


มาดูลายมือประกอบ

      คนเราทุกคนถ้าสมมติว่าได้ทำตามขั้นตอนองค์ประกอบตามหลักหรือตามกฏธรรมชาติแล้วคือปัจจัยภายในคือตัวเรา และภายนอกคือส่วนประกอบของการดำเนินงาให้ประสบผลสำเร็จว่าด้วยเครื่องมือและองค์ความรู้แล้ว  ในมือจะบอกได้ว่าคุณจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ชีวิตจะมีความสุขและความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่  เพราะคนเราจะมีบุญวาสนาติดตัวมาไม่เท่ากัน  ต่อให้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวติดกันแฟรนไชส์เดียวกันก็ไม่อาจรับรองได้ว่าจะสำเร็จร่ำรวยได้เท่ากัน  หรือว่าจะเป็นร้านเซเว่นแต่ละปากซอย ลงทุนแฟรนไชส์ไม่แตกต่าง  แต่กำไรแตกต่างกันด้วยทำเลและอะไรอีกหลายอย่าง

ลายมือสื่อถึงสมรรถนะทางเพศ

 

ลายมือสื่อถึงสมรรถนะทางเพศ และสุขภาพที่ดี

1.แพทย์หญิงวิลาวัณย์  จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

2.ภญ.ดร.อัญชลี  จูฑะพุทธิ  สถาบันการแพทย์แผนไทย

3.นายแพทย์จักราวุธ  เผือกคง  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหันคา จ.ชัยนาท

4.ดร.นิตินันท์  พันทวี  พิธีการผู้ดำเนินรายการ 

"โครงการ ถ่ายทอดความรู้ด้านวิชาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำหรับสือมวลชน"และบรรยายพิเศษเรื่อง แนวทางการพัฒนาวิชาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกสู่การใช้ประโยชน์ของ ประชาชน

     วันนี้ผมรู้ว่าผมโชคดี  ผมดูลายมือตัวเองไว้แล้วว่าจะมีโชค รู้แต่ว่ามีโชคแต่โชคที่ว่านั้นยังไม่ชัดเจนคืออะไร  วันที่ 22 สิงหาคม 2554 ผมได้รับเกียรติเชิญเข้าประชุม "โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านวิชาการการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก" สำหรับสื่อมวลชน  ผมได้รับเชิญในฐานะสื่อมวลชน คือเป็นนักจัดรายการวิทยุ (ผมจัดรายการธรรมะ รายการ "ธรรมะสบายใจ"ที่สถานีวทิยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 104.25 MHz. ที่พุทธมณฑลสถาน สาย 4

คลิกฟังได้ที่ www.thaiput-radio.com)

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวง สาธารณสุข ได้เล็งเห็นความสำคัญที่จะพัฒนาวิชาการ เพื่อพัฒนาการการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เพื่อการพึ่งพาตัวเองของประชาชนชาวไทยและมวลมนุษยชาติ โดยการถ่ายทอดวิชาการ การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกให้กับนักวิชาการ และสื่อมวลชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเผยแพร่ออกไปในทิศทางที่เข้าใจร่วมกัน ในรูปแบบและองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ทั้งผู้ให้การรักษา และผู้รับการรักษารวมถึงคุณภาพขององค์ประกอบร่วมที่เกี่ยวข้องกันทั้งระบบ

 

ความรู้สึก ว่าผมโชคดีมากที่ได้เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้  ที่รู้สึกอย่างนั้นเพราะผมเป็นคนรุ่นเก่าที่เกิดในชนบทและกันดาร  คิดดูนะครับว่าสมัยเมื่อ 50 ปีที่แล้วในหมู่บ้านหนึ่งของชนบทที่กันดาร ยังคงใช้เกวียนเป็นพาหนะในการเดินทาง ไม่มีไฟฟ้าหรือสิ่งสาธารณูปโภคได ๆ ยังใช้แสงสว่างจากขี้ใต้ในยามค่ำคืน  ไม่มีศูนย์อนามัย ไม่มีแพทย์อย่างที่เป็นอยู่แบบปัจจุบัน สมัยนั้นมีโรงพยาบาลที่อยู่ในตัวเมืองเท่านั้น  หากเจ็บป่วยหนักที่จะต้องเข้าไปรักษา ต้องใช้เวลาเดินทางกันข้ามวันข้ามคืน   การคลอดลูกสมัยนั้นยังคงอาศัยหมอตำแยเป็นหลัก  เจ็บป่วยใด ๆ ก็ต้องใช้หมอชาวบ้านรักษาด้วยสมุนไพร  คุณแม่ผมอายุปัจจุบัน 90 ปี(ยังมีชีวิตอยู่และแข็งแรงดี) ท่านมีลูก 9 คน (คลอดด้วยหมอตำแยทั้งหมด) ผมเป็นคนที่ 7  ไม่รู้บุญนำพาวาสนาส่ง หรือในมือมีเส้นวาสนาอยู่ในมือหรืออย่างไรถึงได้มีโอกาสเข้ามาเรียนที่ กรุงเทพ ฯ และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุงนี้ได้  ในส่วนลึก ๆ ของใจ แล้วผมสงสัยอยู่เสมอว่าคนสมัยก่อนเขามีชีวิตรอดผ่านโรคภัยไข้เจ็บมาได้อย่าง ไร  ปัจจุบันนี้ขนาดมีสถานที่ มีเครื่องมือที่ดี มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคแล้ว  คนยังเจ็บป่วยและล้มตายกันมากมาย  ในขณะเดียวกันจะด้วยหลาย ๆ เหตุผลเชิงประจักษ์และเหตุผลทางวิทยาศาสตร์  คนเจ็บป่วยบางอย่างการรักษาด้วยยาและเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่อาจเยียวยาได้  สมุนไพรและการรักษาแบบโบราณเริ่มมีบทบาทมากขึ้นและแทรกเข้ามาในขณะที่โลก กำลังก้าวไปกับเทคโนโลยีหลายหลาก  การรักษาแบบโบราณที่เรียกใหม่ว่า แพทย์ทางเลือกเข้ามามีบทบาทและเห็นผลจริง ทั้งการรักษาก็ประหยัดและปลอดภัยกับชีวิตเป็นอย่างสูง  ความโชคดีของผมวันนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องว่าผมได้ไขข้อข้องใจที่สงสัยอยู่ ใต้จิตสำนึกตลอดมาว่า คนโบราณเขารักษาคนเจ็บป่วยอย่างไร   ผมเชื่อและก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าการรักษาด้วยวิธีแบบโบราณได้ผลจริงเพราะ ประสบกับตัวเองมาหลายอย่าง และก็อยากเห็นการพิสูจน์จากผู้ที่มีความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเป็นที่ยอมรับนับถือจากผลงานเป็นที่ประจักษ์มาพิสูจน์และรับรองว่าการ รักษาการเจ็บไข้ได้ป่วยแบบโบราณนั้นเป็นสิ่งที่ได้ผลดีจริง  แต่ถูกบิดเบือน ปิดบังไว้ด้วยผลประโยชน์ทางการค้า  ผมรู้สึกดีและโชคดีที่ได้เห็นผู้รู้และมีบทบาทสำคัญยิ่ง หลายท่าน มาเป็นแม่งานเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ให้กับสื่อมวลชน ตาม "โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านวิชาการการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก" ใน วันนี้   ผมเชื่อว่าโครงการนี้  เพื่อน ๆ สื่อมวลชน  จะได้นำไปเผยแพร่และขยายกันออกไปอย่างกว้างขวาง    ใน ช่วงบ่ายของวันนี้ผมโชคดีมากอีกครั้งหนึ่ง โปรดสังเกตผู้ชายคนที่อยู่ขวามือสุดตามภาพด้านล่างที่ยืนอยู่ซ้ายมือท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน นั่นคือคนที่ผมอยากแนะนำในวันนี้

นายวิทยา  บูรณะศิริ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานกล่าว เปิดงาน

"งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 8"

 

 

แพทย์หญิงวิลาวัณย์  จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ฯ

ตาเพ็ง  สุขบัว คนที่ 2 นับจากขวามือ  เจ้าของตำหรับหมาุมุ่ย ยาอายุวัฒนะ  ท่านเองอายุ 90 ปี ยังแข็งแรงมาก  ผมโชคดีกว่าใคร ๆ ที่ได้โอกาสสัมภาษส่วนตัว พร้อมกับถ่ายลายมือท่านมาด้วย

นายเพ็ง สุขบ้ว เจ้าของสูตรหมามุ่ยยาอายุวัฒนะ

ตาเพ็ง  สุขบัว เจ้าของตำหรับหมาุมุ่ย ยาอายุวัฒนะ

  ผมได้มีโอกาสคุยกับท่านเป็นการส่วนตัว  และ ด้วยที่เป็นนักพยากรณ์ลายมืออยู่แล้วจึงสนใจที่จะดูลายมือว่าลายมือของท่าน มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการอายุยืน(เส้นชีวิต =เส้นยาวถึงสร้อยข้อมือ คมชัด ลึก ไม่แตก ไม่เป็นเกาะ) และรวมถึงเป็นคนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและได้รับความสำคัญในสังคมหรือ ไม่(เส้นอาทิตย์)

ลายมือนายเพ็ง สุขบ้ว เจ้าของสูตรหมามุ่ยยาอายุวัฒนะ

ลายมือมือซ้าย  (ความคมชัดน้อยลงเพราะผมลดขนาดภาพเพื่อให้เหมาะสมกับเวป) มีเส้นอาิทิตย์สวยงามและชัดเจนมาก เส้นวาสนาก็ดี และมีเส้นพฤหัสที่สวย

ลายมือนายเพ็ง สุขบ้ว เจ้าของสูตรหมามุ่ยยาอายุวัฒนะ

ลายมือมือขวา (ความ คมชัดน้อยลงเพราะผมลดขนาดภาพเพื่อให้เหมาะสมกับเวป)  สังเกตเห็นเส้นชีวิตที่ยาวถึงสร้อยข้อมือ  คมชัดลึกเข้าลักษณะของคนอายุยืนและสุขภาพดี   จากการที่ได้พูดคุยกันท่านเป็นคนมีความจำดีมาก  สายตาดีมาก(ไม่สวมแว่นตา) ผมจดชื่อนามสกุลและที่อยู่ท่านลงในแผ่นกระดาษ ท่านมองตามและคอยบอกว่าอักษรตัวใดที่ผมเขียนผิด   (ผมเองยังสวมแว่นสายตายาว) เส้นอาทิตย์ในมือขวาสวยงามมาก ลากขึ้นมาจากตำแหน่งกลางมือ (ใต้เนินอาทิตย์ ช่วงบริเวณเนินญาณ หมายถึงท่านมีฌานหรือญาณพิเศษในการรับรู้หรือเข้าใจอะไรอะไรบางอย่างได้ถูก ต้อง)  ผมเรียนถามท่านว่าท่านได้สูตรยาอายุวัฒนะจากหมามุ่ย มาได้อย่างไร  ท่าน ตอบว่าไม่ได้ตั้งใจหรือค้นหาอะไร  มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยอายุประมาณ 30 เศษ ท่านได้นั่งสังสรรค์สนทนากับเพื่อบ้านตามประสาผู้ชาย ผู้ชาย  คุยกันมากมาหลายเรื่อง (ภาษาพื้นบ้านท่านว่า โสเหร่) รวมถึงเรื่องปึ๋งปัง  พูดถึงปริมาณในเรื่องอย่างว่าอวดกัน หนึ่งในกลุ่มนั้นบอกว่าหมามุ่ยคือยาโด๊ปชั้นยอด ไม่มีอะไรเทียมทาน และนอกจากเรื่องอย่างว่าแล้วยังเป็นยาบำรุงร่างกาย และเป็นยาอายุวัฒนะด้วย   ท่านบอกว่าก็คิดอยู่ว่ามันจะจริงหรือไม่แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร เพียงแต่คิดว่ามันจะเอามาใช้ได้อย่างไร ต้นมันคันมากเข้าใกล้ยังไม่กล้า   เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้วหลายปี  วันหนึ่งท่านบังเอิญได้พบลูกหมามุ่ยแก่ที่ถูกไฟไหม้ป่าไหม้ต้นหมดเกลี้ยง แต่ว่าลูกยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไฟได้เผาส่วนที่เป็นขนขุยคันไปหมดแล้ว  ท่านหยิบเม็ดหมามุ่ยขึ้นมาแกะออกเมล็ดข้างในยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ มีกลิ่นหอมเหมือนถั่วคั่ว  และในแวบความคิดที่เคยเลือนหายกลับมาในบัดนั้นว่า จะต้องทำการพิสูจน์ เลยนำมาคั่วให้สุกเต็มที่ นำไปตากแดด แล้วมาบดชงกินแบบชา กาแฟ  ที่ท่านชงกินไม่ได้มีเป้าหมายปึ๋งปั๋ง ช่วงนั้นท่านบอกว่าเจ็บป่วย ปวดเมื่อยตามร่างกาย เดินเหินไม่สะดวก  รวมถึงมีอาการปวดท้อง ท้องแข็งเป็นดาน (ก้อนแข็งๆ) อยู่เป็นประจำ  หลังจากชงทานเช้าเย็น ระยะเวลา  3-7 วันให้หลัง  รู้สึกเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ  เช่น ตัวเบาขึ้น ท้องไส้โล่งสบาย   ความเจ็บปวดเมื่อยล้าเริ่มหายไป  ผ่านไป 3 สัปดาห์ท่านเดินขึ้นภูเขาได้สบายไม่เหน็ดเหนื่อย  แปลกใจตัวเองและไม่อยากจะเชื่อ  คิดว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญ  ก็เลยหยุดชงกินไปหลายเดือน  ปรากฏว่าโรคแบบเดิม อาการเดิม ๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง  ท่านจากการพิสูจน์รอบที่สองและสามด้วยวิธีและขั้นตอนเดิมท่านก็สรุปได้ว่า ที่หายจากการเจ็บป่วยนั้นเป็นเพราะสรรพคุณของหมามุ่ย  ท่านจึงเปิดตัวและแนะนำคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านว่าท่านได้ยาดีแล้ว  ชาวบ้านเลยเก็บลูกหมามุ่ยมาฝากให้ท่านทำยาให้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  ทุกคนที่นำไปใช้ก็ได้ผลดีกันทั่วหน้า     เวลาผ่านไปไวเหมือน...  ท่านอายุ 90 ปี เชื่อไหมว่าท่านยังแข็งแรง เดินเหินคล่องแคล่ว ร่างกาย จิตใจ สมองดีเยี่ยม ในขณะที่คนส่วนมากอายุไม่ถึง 90 ปีด้วยซ้ำ   ส่วนคนที่อยู่ถึง 90 ปี ส่วนมากสภาพร่างกายก็ย่ำแย่ไปตามสภาพสังขาร ซึ่งต่างจากท่านที่ใช้หมามุ่ยเป็นยาบำรุงร่ายกายต่อเนื่องมา

 

ที่ผมกล่าว ไว้ในตอนแรกว่าดีใจและโชคดีนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาโด๊ปหรือยาอายุวัฒนะ แต่ประการใด  แต่หากเกิดจากเรื่องของการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรได้นำกลับเข้ามาสู่สังคม ไทยอย่างเป็นระบบจากผู้รู้และนักวิชาการด้านการแพทย์ต่างหากเพราะผมเคยคิด อยู่เสมอว่าจะหาทางให้คนได้เข้าใจและพิสูจน์ได้อย่างไรว่า สมุนไพรและการรักษาแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นได้ผลดีจริงบัดนี้มีองค์กรและ ภาครัฐได้ดำเนินการแล้ว    เพราะมันเป็นไปได้มากกว่าที่ผมเคยคิดไว้ 

      เรื่อง บางอย่างการพิสูจน์ก็ไม่จำเป็นเสมอว่าต้องมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ  เพราะบางอย่างเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ หรือนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีองค์ความรู้ที่เข้าถึง หรืออาจยังไม่ได้ให้ความสำคัญหรือสนใจในขณะนี้  ซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับ  ดังนั้นเรื่องบางเรื่องบางอย่างที่เรา ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้จะบอกว่าไม่มีหรือไม่จริงย่อม เป็นการปฏิเสธสิ่งที่มีอยู่จริงและนั่นคือการสูญเสียโอกาสที่จะเข้าใจและ เข้าถึงเรื่องหนึ่งๆ เช่นเดียวกับเรื่องลายมือคนที่มีเส้นชีวิตในมือยาวไปถึงสร้อยข้อมือ (เหมือนลายมือตาเพ็ง ที่ผมถ่ายภาพมา) ทำไมเจ้าของมือจึงมีอายุยืนยาว และก็จะเป็นอย่างนั้นเสมอ  ยังไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือยังไม่มีเครื่องมืออื่นใด พิสูจน์ แต่สำหรับผมมีเหตุผลด้วยประจักษ์กับตัวเองมามากต่อมากว่าเป็นจริงอย่างนั้น ซึ่งหลายคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องลายมือก็มักจะปฏิเสธว่าไม่จริง หรือเป็นไปไม่ได้.

อ.ธนพงศ์  หลักนครพล

 

 


 

เผย หมามุ่ยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ!

 

 
รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เผย “หมามุ่ย” เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยคุณชายผู้มีปัญหานกเขาไม่ขัน
 


ภญ.ผกา กรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 8  ซึ่งมีนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ว่า ขณะนี้มีสมุนไพรไทยอย่างหมามุ่ยซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่ว มีสารซีโรโทนิน ทำให้เกิดอาการคัน แต่มีรายงานทางการแพทย์ว่าเมล็ดของหมามุ่ยมีคุณสมบัติหลายอย่าง คือเพิ่มจำนวนสเปิร์มและปริมาณน้ำเชื้อ แก้ปัญหาสภาวะการมีบุตรยาก ส่วนฤทธิ์ในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศยังมีการทดลองในสัตว์ พบว่าทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น เพิ่มความถี่ในการผสมพันธุ์ได้ นอกจากนี้ยังพบว่าในเมล็ดหมามุ่ยมีองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ว่า มีสารแอลโดปา ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์โดพามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท ซึ่งใช้ในการรักษาโรคพาร์กินสัน

ภญ.ผกากรอง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันที่ประเทศอินเดียมีการปลูกแปลงเกษตรเพื่อนำเมล็ดหมามุ่ยมาสกัดเป็น ยาเพื่อเพิ่มความต้องการทางเพศ อีกทั้งช่วยในการคลายเครียดได้ดีด้วย ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการศึกษาวิจัยพัฒนาเพื่อหารูปแบบในการนำมาใช้ เนื่องจากเมล็ดหมามุ่ยมีความยากลำบากในการเก็บฝัก แต่พบว่าตำรับสมุนไพรไทยที่นำหมามุ่ยมาใช้มีอยู่หลายตำรับ ทั้งบดเพื่อดื่มเป็นชา หรือตากแห้งบดเป็นยาลูกกลอน กินเม็ดนึ่ง เป็นต้น.

 


 

 

 

ดูลายมือ ทำบุญและให้ทาน

          ผมดู ทีวี รายการสกู๊ปชีวิตทางช่อง 7 สี ช่วงเวลาข่าวค่ำ จะมีคนตกทุกข์ได้อยาก ชีวิตของเขาช่างลำบาก และขาดโอกาสอย่างยิ่ง เห็นแล้วก็อยากให้ความช่วยเหลือ แต่ก็อย่างว่านะครับ คนเราแต่ละคนก็มีกำลังที่จะช่วยเหลือได้แตกต่างกันไป เพราะแต่ละคนก็มีฐานะความเป็นอยู่รวมถึงข้อจำกัดในกำลังทรัพย์ และความจำเป็นของตัวเองในการที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น

        จึงมองเห็นว่ามีอีกทางหนึ่ง ที่จะช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้นได้ โดยร่วมกับท่านที่สนใจในการดูลายมือ คือแทนที่จะจ่ายหรือโอนเงินค่าพยากรณ์ให้ทางผมก็ ให้โอนค่าพยากรณ์ซึ่งจะเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ จะน้อยกว่า หรือมากกว่าที่ผมกำหนดเป็นค่าครูในการพยากรณ์ต่อ 1 ท่านคือ 349 บาท ให้กับใครก็ได้ที่ท่านดูในสกู๊ปช่อง 7 สี หรือผู้ด้อยโอกาสอื่นได ที่ท่านศรัทธาที่จะบริจาคและศรัทธาที่จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้น  จะ เป็นเงินทองหรือสิ่งของก็ได้ แล้วกรุณาแจ้งมายังผมว่าได้โอนเงินหรือให้ความช่วยเหลือไปให้ใคร... สถาบันหรือหน่วยงานใด แล้วก็ส่งลายมือของท่านไปยังผม (คลิกดูวิธีการส่งลายมือ) ผม จะดูลายมือและให้คำพยากรณ์เหมือนกับท่านได้จ่ายเงินค่าพยากรณ์ให้ผมโดยตรง  และขออนุโมทนาสาธุกับท่านที่ได้สละทรัพย์เพื่อการช่วยเหลือผู้อื่น และสังคม ด้วยพลังศรัทธาและบุึญกุศลที่ท่านได้ทำกระทำในครั้งนี้  ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย  คือพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ จงดลบันดาลและคุ้มครองให้ท่านพร้อมทั้งครอบครัว จงปลอดภัยจากภัยพิบัติต่าง ๆ และเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุข พละ  ทุกท่านทุกประการเทอญ.

 

 

คลิกเ้ข้าไปดู สกู๊ปชีวิต   ช่อง 7 สี     

  คลิกที่นี่

 

ลายมือบอกถึงความมั่นคงในหน้าที่การงาน

ดูลายมือกับหน้าที่การงานดูอย่างไรที่ลายมือ
 
    หน้าที่การงานจะเป็นอย่างไร  จะสำเร็จในธุรกิจหรือไม่ จะสอบบรรจุได้หรือไม่  จะได้เลื่อนขั้นหรือไม่ เป็นคำถามที่ผมหรือหมอดูลายมือท่านอื่น ๆ ต้องได้ยินเป็นคำถามอันดับต้น ๆ  ของการมาดูลายมือเสมอ  เกี่ยวกับหน้าที่การงาน ดูได้หลายตำแหน่งหลายจุด ดูเส้นลายมือก็ดูได้หลายเส้น แต่ที่เน้นที่สุดคือเส้นวาสนา เส้นอาทิตย์  เส้นชีวิต และเส้นพุธ คลิกอ่านเกี่ยวกับเส้นลายมือเพื่อเป็นพื้นฐานนะครับ
 
     อย่างไรก็ตาม เส้นวาสนาเป็นเส้นหลัก  ๆ ที่บอกถึงการดำเนินชีวิต และหน้าที่การงานมาทำความรู้จักกับเส้นวาสนาเป็นการเฉพาะก่อนนะครับ
      เส้นวาสนามีความสำคัญมากบางท่านก็เรียกว่าเส้นโชคลาภ สื่อถึง ทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงาน เป็นเส้นช่วยเสริมหรือเส้นพี่เลี้ยงเส้นชีวิตบอก ถึงการดำเนินชีวิต หน้าที่การงานเป็นต้นว่า เส้นวาสนาขาดจากกัน มีเส้นวาสนาเกิดเหลื่อมกันขึ้นไปมีความหมายว่าย้าย ถ้ามีเส้นตัดเส้นวาสนาในแนวขวางหมายความว่ามีอุปสรรค อยู่ในสภาวะที่ยากลำบากในการดำเนินชีวิตในช่วงนั้น  เช่นมีผลขาดทุนเสียหาย  หากทำงานเป็นพนักงานก็อาจหมายถึงถูกสอบสวน ลดเงินเดือน แต่ถ้าเส้นวาสนาหยุด  ขาดหายไปไม่มีเส้นต่อเลยไม่ว่าจะเป็นเส้นเหลื่อมหรือเส้นรองรับใด ๆ  ก็หมายถึง ธุรกิจการงานล้มเหลว  หยุดชะงัก ถึงช่วงอายุดังกล่าวเจ้าของมือต้องหยุดทำธุรกิจ หยุดลงทุน  ต้องประคองตัว  การกระดำใด ๆ ต้องระมัดระวังแม้แต่การเดินทางก็ต้องระวังอุบัติเหตุ เรื่องความรักครอบครัวก็ต้องประคับประคอง  และรวมถึงเรื่องสุขภาพ

      เมื่อรู้พื้นฐานว่าเส้นในมือเส้นไหนเรียกว่าอย่างไรรวมถึงทราบถึงความสำคัญ ของเส้นวาสนาในมือแล้ว   และมีอิทธพลหรือความหมายต่อเจ้าของมืออย่างไรบ้างแล้ว  ตอนนี้ผมจะมาเน้นให้เห็นชัดขึ้นว่า  การดูลายมือเกี่ยวกับหน้าที่การงานนั้นดูอย่า่งไร  หลัก ๆ เลยในเบื้องต้นให้ดูเส้นชีวิต กับเส้นวาสนา  และเนินในมือประกอบกันก่อน  การที่จะยืนยันผลทำนายได้มากกว่า 80-90 % นั้นต้องดูสองมือประกอบกัน  หากมีตำแหน่งเส้นวาสนาดีและเส้นอื่น ๆ ดีด้วยเหมือนกันทั้งสองมือก็ยืนยันได้เป็นตามนั้น  แต่ถ้ามีเพียงมื่อด้านเดียวก็มีผลตามนั้นได้เพียง 60-70 %   ต้องขยันเพิ่มและสร้างองค์ประกอบ แสวงหาโอกาสให้เป็นไปตามที่ต้องการให้ได้  แล้วจะประสบผลสำเร็จตามนั้น  ผมนำภาพมาประกอบเพียงมือเดียวนะครับ เพื่อจะได้ไม่กินพื้นทีีมากเกินไป การค้นหาหรือการเรียกเข้าเวปจะได้ไม่ช้าครับ

ลายมือดูหน้าที่การงาน  เส้นวาสนาเกิดจากเนินจันทร์ เนินหมายเลข 1    ดูลายมือต้องรู้จักเนินในมือ คนที่มีเส้นวาสนาเกิดจากเนินจันทร์และ เส้นสวยงามลากไปถึงใต้โคนนิ้วกลาง (เนินเสาร์ -เนินหมายเลข 5) หากมีทั้งสองมือ ไม่มีเส้นตัด ไม่แตกไม่เป็นเกาะ ไม่ขาด ไม่เป็นรูปโซ่  ไม่มีจุดดำบนเส้น  มัก จะร่ำรวยหรือมีฐานะขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ คือมีอะไรแปลกและเกินคาดหมาย เกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สินเงินทอง  ทั้งนี้ต้องดูเส้นชีวิตประกอบด้วย เส้นชีวิตต้องไม้กว้างเกินแนวเสาร์มากเกินไป ส่วนจะเก็บรักษาทรัพย์สมบัติที่ได้มานั้นได้หรือไม่ ต้องดูปลายเส้นชีวิตตรงเนินหมายเลข 10  (ช่วงเนินหลักทรัพย์) ว่าเป็นอย่างไร  หากมีลักษณะปลายเส้นแยกเป็นง่ามสามขา ก็มั่นคง  หากปลายเส้นขาด อาจสุญเสียหรือรักษาสมบัติไม่ได้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต  ใครก็ตามที่มีเส้นวาสนามาจากเนินจันทร์  หากมีทั้ง 2 มือ และเนินในมือเต็มอิ่มอย่างมือที่เห็นนี้ ก็ย่อมยืนยันได้ว่าร่ำรวยและมีฐานนะมั่นคง ส่วนใหญ่จะได้เป็นเจ้าของกิจการ หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และจะได้รับการช่วยเหลือด้วยดีจากมือที่มองเห็นและไม่เห็นเช่นผู้หลัก ผู้ใหญ่ สถาบันการเงิน หรือรางสังหรณ์ แรงบันดาลใจให้กระทำหรือไม่กระทำ

ภาพมือเส้นวาสนาเกิดจากเนินจันทร์ (เกิดต่ำมาก)

ลายมือเส้นขาด simian line,เส้นวาสนามาจากเนินจันทร์ 

 มาดูเส้นวาสนามาจากเนินจันทร์อีกสักมือ  หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามือนี้เส้นวาสนาลากจากขอบมือตรงเนินจันทร์ ขึ้นไปถึงเนินเสาร์และวิ่งเข้าร่องมือไปเล็กน้อย  และที่สำคัญมือนี้เป็นมือที่เรียกว่าเส้นลายมือขาด(simian line-เส้นสมองกับเส้นชีวิตรวมกันเป็นเส้นเดียว) ความหมายการได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองอาจไม่แตกต่างกัน  แต่สิ่งที่ต่างกับมือแรกคือ มือที่ 2 นี้ เป็นมือที่มีโอกาสเสียหายมากว่า กล่าวคือคนที่มีเส้นลายมือขาด มักจะเป็นคนมีความมั่นใจหรือเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความเป็นตัวตนสูง   มีความเชื่อในเรื่องลัทธิ ศาสนา หรือความเชื่อส่วนตัวที่ค่อนข้างที่จะเรียกว่า ลึก ถึงขั้นหลงได้  หากเจ้าของมืออยู่ในสังคมที่ดี หรือครอบครัวที่ดี  ก็จะทำอะไรสำเร็จและมั่นคงได้อย่างน่าทึ่งเช่นกัน  แต่ทางตรงกันข้าม หากเข้าได้รับอิทธิพลทางความเชื่อที่ผิด ๆ  หรือเข้าสู่อบาย เขาจะเป็นอะไรที่น่ากลัว พูดง่าย ๆ คือถ้าเป็นคนดีก็ดีสุด ๆ แต่ถ้าเป็นผู้ร้ายก็ร้ายสุด ๆ อีกเช่นกัน   แต่สำหรับมือที่นำมาลงนี้เนินในมือเต็ม  เส้นชีวิตไม่ขาด  และมีแยกตรงเนินหมายเลข 10  (เนินเนปจูน และพลูโต) นิ้วยาวได้สัดส่วน ก็ยืนยันได้ว่ารักษาทรัพย์สมบัิติได้  แม้จะเคยผิดพลาด สำมะเรเทเมา หรือทำตัวเสียหายก็กลับตัวได้ (คนที่มีเส้นวาสนามาจากเนินจันทร์ มักจะเป็นคนเฟ้อฝัน หรือคิดฝัน ได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว  ถ้าอยู่ในมือผู้ชายมักจะมีนิสัยชอบดื่ม ชอบเที่ยวเป็นพเศษ) หากเนินในมือสมบูรณ์ดี มีเส้นชีวิตสวย ไม่ขาดแตก เป็นเกาะ  คนที่มีเส้นวาสนามาจากเนินจันทร์ มักจะประสบผลสำเร็จในเชิงธุรกิจการค้า ที่เกี่ยวกับงานการให้บริการได้ดี  อย่างไรก็ดี  ว่านามาจากเนินจันทร์นั้นก็ต้องมีจุดพิจารณาด้วยว่าเกิดจากจันทร์สูงขึ้นมา ทางเนินอังคารสูง หรือเกิดต่ำจนลงไปชิดติดทางสร้อยข้อมือ(อย่างในรูป)  ตรงตำแหน่งต่ำสุดนี้เป็นจุดที่อันตรายสำหรับในมือบางมือจะเป็นคนที่จิตใจ อ่่อนไหวหรือวิตกจริตมาก  ในมือบางมือจะติดสุราหรือหลงไปในทางที่ผิด  หรือมีความวิปริตในการดำเนินชีวิตอย่างหนึ่งอย่างใดก็มี  ดังนั้นต้องดูเส้นอื่น ๆ ประกอบด้วยเช่นกัน

คนที่มีเส้นวาสนาเกิดจากเนินจันทร์

ลายมือเส้นวาสนาเป็นเกาะ

 เส้นวาสนาไม่ได้เกิดจากเนินจันทร์ แต่เกิดค่อนข้างต่ำ จะ สังเกตว่ามีเส้นตัด  เส้นวาสนาเป็นเกาะ และทิศทางไม่ตรง เส้นไม่ค่อยเรียบสวยงามนัก แสดงว่าเจ้าของมือต้องต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคเป็นช่วง ๆ  โดยเฉพาะช่วงทีี่มีเส้นตัด หรือเป็นเกาะ  จะมีความเสียหายเกี่ยวกับหน้าที่การงาน การดำเนินชีวิตไม่เป็นปกติสุข ถึงขนาดลำบากทุกข์กายทุกข์ใจเลยที่เดียว  อย่างในมือนี้ช่วงอายุ 27 -30 เส้นวาสนาเป็นเกาะจะลำบากเอามาก ๆ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3- 4 ปี  ช่วงอายุ 31 มีการเปลี่ยนแปลงและก็เริ่มตั้งต้นได้จะมั่นคงขึ้นไปเรือย ๆ ตามลักษณะเส้น   ชีวิตจะได้รับความรุ่งโรจน์สุงสุดเมื่ออายุ 48  ตั้งแต่ปีที่อายุ 45 ขึ้นไป ได้รับความสำเร็จและตำแหน่งหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้ามั่นคงต่อเนื่อง (ดูเส้นอาทิตย์และเส้นชีวิตประกอบ) 

    การนับอายุเส้นวาสนา  นับแบบหยาบ ๆ ด้วยสายตาดังนี้ครับ เส้นวาสนาสัมผัสเส้นสมอง ก็คือช่วงอายุ 29-30 ช่วงจากเส้นสมองขึ้นไปหาเส้นใจเป็นระยะทาง 15ปี  ก็คืออายุ 44-45 เส้นวาสนาสัมผัสเส้นใจ จากนั้นขึ้นไปถึงโคนนิ้วกลาง เป็นระยะทาง 25 ปี  รวม 70 ปี  ดูภาพประกอบ การนับอายุเส้นวาสนาและเส้นอื่น ๆ ในมือ

ลายมือเส้นวาสนาสั้น,เนินมือเต็ม

   มือนี้เส้นวาสนามาสะดุดหยุดลงเมื่ออายุประมาณ 25 ปี  แสดง ว่าหน้าที่การงาน หรือการเรียนต้องหยุดชะงักไป  แต่มือนี้เป็นมือที่เต็ม เนินต่าง ๆ ในมือสมบูรณ์ เส้นสมองกับเส้นชีวิตเกิดแยกกัน เส้นใจยาวถึงเนินพฤหัส (เนินหมายเลข 6) เส้นชีวิตยาว  คมชัดสวยงาม  สีสดใส  จึงพยากรณ์ได้ว่า  แม้ช่วงชีวิตที่เส้นวาสนาขาดจาก 25- 30 ปี จะเป็นช่วงที่ลำบาก แต่ก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ด้วยตัวเอง เพราะเส้นสมองยาวถึงเนินอังคารสูง (เนินหมายเลข 2) เป็นนักคิดนักวางแผนและเอาชนะอุปสรรคได้ด้วยความรู้ความสามารถ  แม้จะเหน็ดเหนื่อยก็ไม่เคยย่อท้อ  บุคคลเจ้าของมือนี้สุขภาพดี  สมองเป็นเลิศ ใจแกร่ง มีอุดมการณ์และความฝันที่สูง และสามารถดำเนินการได้สำเร็จตามเป้าหมายได้ ด้วยตัวของตัวเอง  จะเห็นได้ว่าเส้นวาสนาแม้จะไม่ดี แต่มีเส้นอื่น ๆ ดี เนินในมือดี ก็สำเร็จได้

ลายมือเส้นวาสนาไม่แน่นอน

  มือนี้ไม่มีวาสนา  เป็น ไปได้นะครับในมือคนเราส่วนมากไม่มีเส้นวาสนา  อย่างมือนี้ผมดูทั้งสองมือแล้วไม่มีเส้นวาสนา  ดูภาพรวมแล้วเป็นมือที่มีเนินในมือสมบูรณ์ เส้นชีวิตเรียบลึก ยาว ไม่มีเส้นตัด ปลายแยก เส้นสมองทิศทางไปเนินจันทร์  เส้นใจโค้งไปรวมเส้นสมอง  เส้นสมรสวิ่งไปหาเส้นใจ  สิ่งที่พิเศษในที่เห็นในมือนี้คือเส้นพฤหัสที่มีต้นกำเนิดจากแนวเนินเสาร์ (ใต้นิ้วกลาง) วิ่งไปหยุดลงที่เนินพฤหัส(ใต้นิ้วชี้ ) มือนี้หากจะประกอบอาชีพใด ๆ ก็ตามในลักษณะที่เปิดเผย ท่านก็จะมีอาชีพที่ไม่เปิดเผย หรือมีรายได้เสริมจากอาชีพอิสระที่ได้เงินมากกว่าอาชีพประจำ จากอิทธิพลของเส้นเสาร์วิ่งไปพฤหัสนี้วันหนึ่งเจ้าของมือจะเป็นคนที่สร้าง ฐานะ และสร้างสมความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับนับถือได้อย่างแน่นอน   ส่วนเส้นใจแบบนี้ (โค้งเข้าหาเส้นสมอง)ให้ระวังตัวในการประกอบอาชีพการงานหรืองานที่ทำมักจะ แยกไม่ออกหรือแยกไม่ชัดเจน หากไม่รอบคอบระมัดระวังคนจะมองว่าคุณเป็นคนเห็นแ่ก่ตัวเห็นแก่ได้ ต้องรักษาเส้นแบ่งนี้ให้ได้  ในบั้นปลายคุณมีความมั่นคงในชีวิตได้อย่างแน่นอน เพียงแต่คุณอย่าอยากรวยเร็วเกินไปเท่านั้น คุณจะมั่นคงได้  ทุกอย่างต้องมีเวลาที่เหมาะสมจึงจะเป็นผลที่จีรังทั้งชื่อเสียงแและเงินทอง

    ลายมือเส้นวาสนาหลายเส้น

นี่ก็อีกตัวอย่างหนึ่งที่เส้นวาสนา พาเหนื่อย  มีเส้นวาสนาหลายเส้น แต่เป็นเส้นที่ไม่ยาว และไปหยุดลงตรงกลางมือ ทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ดูเหมือนจะดีในเบื้องต้น แต่สุดท้ายล้มเหลว  เหนื่อยกายเหนื่อยใจไม่ใช่เล่น  โชคดีหน่อยก็ตรงที่ว่าเจ้าของมือมีฐานแน่น (เนินต่าง ๆ สมบูรณ์ โดยเฉพาะเนินพุธ  และเนินพฤหัส)  ทำให้คุณเป็นคนที่ได้รับความเชื่อถือหรือมีเครดิตที่ดำเนินการต่อไปได้  แต่อย่าชะล่าใจ  ต้องประคองตัวให้พ้นอายุ 31 ปีไปให้ได้ แล้วเกมส์ชีวิตจะอยู่ในการควบคุมของคุณเอง

ลายมือเส้นวาสนาไม่แน่ไม่นอน

นี่คือลายมือที่วาสนาไม่ได้ช่วย เพราะเส้นวาสนาไม่สดใส  ไม่ชัดเจน และดูเหมือนจะมีเส้นตัดอีกต่่างหาก มีจุดดำทับเส้นสมอง (ต้องเอาออกไม่เช่นนั้นมีเรื่องมาใ้ห้ปวดหัวเป็นประจำ เดือดร้อนกับการดำเนินชีวิต) เส้นชีวิตมาหยุดลงตอนอายุประมาณ 40 แต่ก็ยังมีเส้นบาง ๆ ต่อไปอีกแสดงว่าชีวิตคุณจะมาเหนื่อยยากลำบากตอนอายุมาก ตั้งแต่ 40 ขึ้นไป  อาจต้องย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือมีการพลัดพรากจากคนรักหรือคนในครอบครัว  จะอย่างไรก็ตามต้องยอมรับความจริง และทำใจให้ได้ ว่ามันเป็นกรรมเก่า  เราต้องต่อสู้ฟันฝ่ามันให้ได้  ชีวิตจะมั่นคงได้หลังอายุ 53 ปีไปแล้วครับ

นี่ คืออิทธิพลของเส้นวาสนา  ลองสังเกตในมือของท่านดูนะครับว่า เส้นวาสนาเป็นอย่างไร  คงเคยได้ยินคำพูดเปรย ๆ อยู่บ้างนะครับที่ว่า  วาสนาพาจน  วาสนาลำบาก  วาสนาตกอับ  อะไรทำนองนี้  ครับมันเป็นอย่างนั้นก็ได้  ที่จริงแล้วในมือบางคนไม่มีเส้นวาสนา แต่ว่าเนินในมือสมบูรณ์ เส้น ชีวิต เส้นมอง เส้นใจ สมบูรณ์ กลับดีเสียกว่าที่คนมีเส้นวาสนาแต่เส้นวาสนานั้นไม่สมบูรณ์ อย่างที่กล่าวแล้วในเบื้องต้นว่า เส้นวาสนาขาด แตก เป็นเกาะ เป็นโซ่  เหล่านี้คือเครื่องหมายที่พูดถึงเส้นวาสนาในทางให้โทษกับเจ้าของมือ  แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งผมว่าเป็นเรื่องดีเพราะนั่่นเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่อง หมายแจ้งเตือนให้เจ้าของมือไ้ด้เตรียมตัว ได้ระวังตัว  บางอย่างแก้ไขได้ก็แก้ไข  บางอย่างแก้ไขไม่ได้ก็ผ่อนหนักเป็นเบาได้

เส้นวาสนาบอกช่วงอายุที่มีปัญหาและช่วงสำเร็จของชีวิตได้

ลายมือเส้นวาสนาหยุดเมื่ออายุ 30 ปี

คลิกอ่านการวัดช่วงเกิดเหตุการณ์ตามอายุเส้นวาสนา

 


 

คลิกอ่าน มือร่ำรวย  มือเศรษฐี  มือมีหลักทรัพย์

ลายมือร่ำรวย ลายมือเศรษฐี ลายมือหลักทรัพย์ดี

 


 

ดูลายมือบำรุงวัดในชนบท

ขอเชิญ...ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ

วัดธาตุ โพธิ์ทอง



พระอาจารย์บุญหริต เหมิโก
เจ้าอาวาสวัดบ้านโคกเต่า (วัดธาตุโพธิ์ทอง)
บ้านโคกเต่า ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

ธนาคาร ธกส. เลขที่บัญชี 146-2-93839-4 สาขา
อ.วาปีปทุม
ในนามวัดบ้านโคกเต่า(ธาตุโพธิ์ทอง)

       

      พระ อาจารย์บุญหริต เหมิโก  ท่าน ได้สนใจเรื่องทางธรรมมาตั้งแต่เด็ก และปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาตลอด  บวชเป็นสามเณร และเป็นพระไม่ลาสิกขาจนกระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาสวัดสืบต่อมาจนปัจจุบัน  วัดที่อยู่นี้ก็เป็นวัดชนบท เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ จำได้ว่าสมัยเด็ก การจะเดินทางเข้าเมืองต้องใช้เวลาเป็นวัน ๆ รถราสมัยนั้นเป็นเรื่องลำบาก  ไฟฟ้าไม่มีใช้ เดินทางขนย้ายยังใช้เกวียนเป็นหลัก  ทุกวันนี้ก็ดีขึ้นแต่ก็ยังคงเป็นวัดเก่าแก่และขาดทุนทรัพย์ในการบำรุงรักษา  รอแต่ผู้ศรัทธาบริจาค หรือทำผ้าป้าไปถวาย ปีหนึ่งก็จะมีสักหน 

      พระ อาจารย์บุญหริต เหมิโก ท่าน เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนตั้งแต่สมัยผมยัง เด็ก เรียนที่วัดแห่งนี้ ซึ่งมีคุณครู 1 คน สอนชั้น ป.1 - ป.4  จบชั้นเรียนประจำหมู่บ้านผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนต่อที่ตำบล  จากนั้นก็ไปเรียนที่อำเภอ และได้เรียนที่กรุงเทพฯลำดับสุดท้าย  จนได้จบปริญญาตรี สายบริหาร เอกวิชาการบัญชี  ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุงประกอบอาชีพและธุรกิจมาหลายอย่าง แต่เหมือนฟ้าลิขิตที่ทำไมผมจึงได้สนใจในศาสตร์พยากรณ์ลายมือมาตั้งแต่เด็ก ๆ และเรียนรู้ศึกษา และผมได้ให้คำพยากรณ์ตั้งแต่อายุประมาณ 19 ปี ผมสังเกตว่าชีวิตของแต่ละคนมีวัฏจักรวนเวียนเป็นไปตามแผนที่ชีวิต  โดยเริ่มสังเกตจากมือตัวเองและคนใกล้ชิด และสิ่งที่จะเกิดขึ้นมักจะเเป็นไปตามนั้น บางอย่างเป็นเรื่องดีเราก็ส่งเสริมให้เกิดผลดีตามนั้น  ส่วนอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดีเรื่องไม่ปลอดภัย เราก็ระมัดระวังตัว และป้องกันเสีย เหตุหนักก็จะผ่อนเป็นเบา

   หากท่านได้บริจาคทำบุญไปยังเลขบัญชีของวัดดังกล่าวแล้ว  กรุณาแจ้งมายังผม  พร้อมกับส่งภาพลายมือของท่านไปยังทางเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (คลิกดูวิธี การส่งลายมือ) ผมจะดูลายมือและให้คำพยากรณ์เหมือนกับท่านได้ จ่ายเงินค่าพยากรณ์ให้ผมโดยตรง  และขออนุโมทนาสาธุกับท่านที่ได้สละทรัพย์เพื่อการช่วยเหลือผู้อื่น และสังคม ด้วยพลังศรัทธาและบุึญกุศลที่ท่านได้ทำกระทำในครั้งนี้  ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย  คือพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ จงดลบันดาลและคุ้มครองให้ท่านและครอบครัว จงปลอดภัยจากภัยพิบัติต่าง ๆ และเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย 4 ปะรการ คือ อายุ วรรณะ สุข พละ  ทุกท่านทุกประการเทอญ.