คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)


    พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมาจากลังกา
    ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ
    ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง
    ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ
     การสวดพระคาถาชินบัญชรมีอานุภาพมาก สวดเป็นประจำทุกวันจะทำให้จิตใจสงบ เป็นสุข มีมงคลแก่ชีวิตการงาน แคล้วคลาดจากเภทภัยต่างๆ

    ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงหลวงปู่โตและตั้งคำอธิษฐานแล้วเริ่มสวด

    เริ่มสวด นโม 3 จบ
    
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน

    ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
    อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
    อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
    มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ


    เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร

            ชะยาสะนากะตา พุทธา       เชตวา มารัง สะวาหะนัง
            จะตุสัจจาสะภัง ระสัง         เย ปิวิงสุ นะราสะภา.
            ตัณหังกะราทะโย พุทธา      อัฏฐะวีสะติ นายะกา
            สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง       มัตถะเกเต มุนิสสะรา.
            สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง        พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
            สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง      อุเร สัพพะคุณากะโร.
            หะทะเย เม อะนุรุทโธ        สารีปุตโต จะทักขิเณ
            โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง    โมคคัลลาโน จะ วามะเก.
            ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง       อาสุง อานันทะ ราหุโล
            กัสสะโป จะ มะหานาโม      อุภาสุง วามะโสตะเก.
            เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง        สุริโย วะ ปะภังกะโร
            นิสินโน สิริสัมปันโน          โสภิโต มุนิปุงคะโว
            กุมาระกัสสโป เถโร           มะเหสี จิตตะ วาทะโก
            โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง       ปะติฏฐาสิคุณากะโร.
            ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ          อุปาลี นันทะ สีวะลี
            เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา        นะลาเต ติละกา มะมะ.
            เสสาสีติ มะหาเถรา            วิชิตา ชินะสาวะกา
            เอเตสีติ มะหาเถรา            ชิตะวันโต ชิโนระสา
            ชะลันตา สีละเตเชนะ           อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.
            ระตะนัง ปุระโต อาสิ            ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
            ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ         วาเม อังคุลิมาละกัง
            ขันธะโมระปะริตตัญจะ         อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
            อากาเส ฉะทะนัง อาสิ           เสสา ปาการะสัณฐิตา
            ชินา นานาวะระสังยุตตา         สัตตัปปาการะ ลังกะตา
            วาตะปิตตาทะสัญชาตา          พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.
            อะเสสา วินะยัง ยันตุ            อะนันตะชินะ เตชะสา
            วะสะโต เม สะกิจเจนะ          สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.
            ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ           วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
            สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ        เต มะหาปุริสาสะภา.
            อิจเจวะมันโต            สุคุตโต สุรักโข
            ชินานุภาเวนะ           ชิตุปัททะโว
            ธัมมานุภาเวนะ          ชิตาริสังโฆ
            สังฆานุภาเวนะ          ชิตันตะราโย
            สัทธัมมานุภาวะปาลิโต   จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.
-------------------------------------

บทสวดมนต์ สรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิโส แผ่เมตตา แบบย่อสมบูรณ์แบบที่สุด

 

แผ่เมตตาให้ตนเองและผู้อื่น อย่างย่อและสมบูรณ์แบบ

 

บทสวดอิติปิโส 108 สรรเสริญพระพุทธคุณ แบบเต็มสมบูรณ์ที่สุด

 


 

'คาถาพาหุงฯ' บทสวดที่หลวงพ่อจรัญค้นพบจากความฝัน ของหลวงพ่อจรัญ

บทชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )

ขอให้คุณโยมช่วยประชาสัมพันธ์ให้ด้วยนะ ว่าให้สวดพาหุงมหากากันให้ถ้วนหน้า นอกจากจะคุ้มตัวแล้วยังคุ้มครอบครัวได้ สวดมาก ๆ เข้า สวดกันทั้งหลายประเทศ ก็ทำให้ประเทศมีแต่ความรุ่งเรือง พวกคนพาลสันดานหยาบก็แพ้ภัยไปอย่างถ้วนหน้า

ไม่เพียงแต่พระบาทสมเด็จ พระนเรศวรมหาราชเท่านั้น ที่พบความมหัศจรรย์ของพบพาหุงมหากา แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงพบเช่นกัน โดยมีบันทึกโบราณบอกไว้ดังนี้

"เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชตีเมือง จันทบุรีได้แล้วก็ทรงเล็งเห็นว่า สงครามกู้ชาติต่อจากนี้ไปจะต้องหนักหนาและยืดยาว จึงทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระยอดธงแบบศรีอยุธยาขึ้น แล้วนิมนต์พระเถระทั้งหลายมาสวดบทพาหุงมหากาบรรจุไว้ในองค์พระ และพระองค์ก็ทรงเจริญรอยตาม พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยการเจริญพาหุงมหากา จึงบันดาลให้ทรงกู้ชาติสำเร็จ"

เลขศาตร์-ยิปซีพยากรณ์

เลขศาสตร์-ยิปซีพยากรณ์

 

อ.ดา พยากรณ์

 อ.ดา พยากรณ์

 ทำนายด้วยศาสตร์ไพ่ยิปซีและหัตถศาสตร์
ติดต่อ
Line id : pada_ 2518
เบอร์ : 089 495 1429
**รับดูนอกสถานที่ งานอีเว้นท์**

--------------

บทสวดมนต์แผ่เมตตา อิติปิโส ฯ

บทสวดอิติปิโส 108 สรรเสริญพระพุทธคุณ แบบเต็มสมบูรณ์ที่สุด

และบทสวดมนต์แผ่เมตตาให้ตนเอง  สวดมนต์แผ่เมตตาให้ผู้อื่น
เปิดฟังหรือสวดตามก็ได้ผลดี ได้รับอนิสงค์ของการสวดมนต์

 


บทสวดมนต์ สรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิโส แผ่เมตตา แบบย่อสมบูรณ์แบบที่สุด

 

แผ่เมตตาให้ตนเองและผู้อื่น อย่างย่อและสมบูรณ์แบบ

 

บทสวดอิติปิโส 108 สรรเสริญพระพุทธคุณ แบบเต็มสมบูรณ์ที่สุด

 


 

'คาถาพาหุงฯ' บทสวดที่หลวงพ่อจรัญค้นพบจากความฝัน ของหลวงพ่อจรัญ

บทชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )

ขอให้คุณโยมช่วยประชาสัมพันธ์ให้ด้วยนะ ว่าให้สวดพาหุงมหากากันให้ถ้วนหน้า นอกจากจะคุ้มตัวแล้วยังคุ้มครอบครัวได้ สวดมาก ๆ เข้า สวดกันทั้งหลายประเทศ ก็ทำให้ประเทศมีแต่ความรุ่งเรือง พวกคนพาลสันดานหยาบก็แพ้ภัยไปอย่างถ้วนหน้า

ไม่เพียงแต่พระบาทสมเด็จ พระนเรศวรมหาราชเท่านั้น ที่พบความมหัศจรรย์ของพบพาหุงมหากา แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงพบเช่นกัน โดยมีบันทึกโบราณบอกไว้ดังนี้

"เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชตีเมือง จันทบุรีได้แล้วก็ทรงเล็งเห็นว่า สงครามกู้ชาติต่อจากนี้ไปจะต้องหนักหนาและยืดยาว จึงทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระยอดธงแบบศรีอยุธยาขึ้น แล้วนิมนต์พระเถระทั้งหลายมาสวดบทพาหุงมหากาบรรจุไว้ในองค์พระ และพระองค์ก็ทรงเจริญรอยตาม พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยการเจริญพาหุงมหากา จึงบันดาลให้ทรงกู้ชาติสำเร็จ"

3 ดาวอังคารในมือ

    

ดาวอังคารในมือ  เส้นลายมือมักจะแข็งตรง เส้นแข็งแรง มีเส้นหลัก เนินในมือมักจะหยาบแข็ง

ดาวอังคารสำหรับคนที่เกิดวันอังคารสื่อถึง =กระบือ = ควาย = ดื้อ ขยัน
ดาวในมือสำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร ความหมายถึงอารมณ์โกรธรุนแรง ขาดความยับยั้งชั่งใจ (ในมือมีเส้นอังคารเสาร์ =บันดาลโทสะ) 
ต่อต้าน ต่อสู้ไม่คิด กล้าบ้าบิ่น  รักการต่อสู้    ชอบลงมือทำมากกว่าคิด ดาวอังคารเป็นเกษตรราศีเมษ ราศีพิจิกสัญลักษณ์ประจำราศีคือ


ดาวอังคารมีกำลัง ๘  เลขแปดสื่อถึงราหูคือนักเลง  สิ่งที่ไม่เปิดเผย  สิ่งที่เหนือความคาดหมาย  รวมความก็คือหากเมื่อใช้พละกำลังที่เข้มแข็ง ขยันขันแข็งก็จะได้ผลตามที่ลงแรงไป  ไม่ว่าจะเป็นผลทางตรงและทางอ้อม

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
ชมพู (Pink) พรรณฉัตร ใช้อังคารจรัสมณี รัตนประพาษเผือดคล้ำ สารสรรพอลังการงามแผ่ผาดพิศ พิจิตรล้ำเล่ห์เพี้ยงงอัปสร
พระบูชาวันเกิด
คนเกิดวันอังคารควรมีพระพุทธรูปปางทรงไสยา หรือ พระไสยาสน์ (บางคนที่ถือโชคลาง จัดเห็นพระพุทธไสยาสน์เป็นท่านิพพาน เลยเปลี่ยนใช้พระพุทธรูปท่าพระคันธารราฐแทนก็มี) บูชา จึงจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดี

ตามหลักพยากรณ์

ดาวพระอังคาร เป็นดาวบาปเคราะห์ชนิดร้ายแรง สร้างตัวด้วยกระบือ ดังนั้น นิสัยและความรู้ของพระอังคารจึงเหมือนกระบือ (ควาย) มีปัญญาโง่ทึบ อาศัยไดแต่กำลังกาย ฉะนั้นคนวันอังคารจังมักเป็นคนใจแข็ง ใจร้อน โมโหง่าย ใจเร็ว ใจง่าย ใจน้อย โกรธง่าย เข้มแข็ง ฉุนเฉียว มุทะลุ ตึงตัง ทำงานชอบเร็ว แต่เร็วแค่แรกเริ่ม ได้ ทำราชการมักเจริญดีเมื่อตอนต้น ผลสุดท้ายทรุดโทรม ทำลายตัวเอง นิสัยเจ้าชู้ กามราคะร้ายแรง เจ้าชาตามักได้รับความลำบากในทางกามารมณ์ ตามวิสัย มีนิสัยถูกต้อง ชอบพอกับพระศุกร์ เพราะเป็นมิตรกัน นอกนั้นไม่ถูกกับใคร เป็นชู้รักกับพระจันทร์ถ้าถูกพระพฤหัสบดี เสาร์ อาทิตย์ และ ราหูแล้วมักจะให้โทษ แต่ถ้าถูกลัคนา แม้จะเป็นศรีจรมาก็ไว้ใจยากได้เคยพบมาแล้ว ถ้าพูดถึงความกล้าหาญอดทนแล้ว ไม่แพ้ใครง่าย ๆ ไม่เกรงกลัวใคร ชอบตีรันฟันแทง ฆ่ายิง มักวางโต โง่แกมหยิ่ง อยากเป็นนายคน แต่ทำตนไม่สมกับตำแหน่ง ทำไปไม่เท่าไร ก็มักทอดทิ้งกลางคัน อังคารนี้คล้ายกับจันทร์ โกรธง่าย ใจน้อย พรวดพราด แต่ถ้าจรมาต้องกับจันทร์ หรือ จันทร์ต้องกับอังคารก็ดี มักตกใจเสมอ ดาวดวงนี้ ประมาทไม่ได้ เพราะเป็น “เจ้าแห่งสงคราม” นิสัยกล้าหาญอดทน เป็นทหารดี แต่มีโทษะจริตเป็นเจ้าเรือนประจำ


 

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม  ดาว เลข 2 - 7

 

 

 

 

1 ดาวอาทิตย์ในมือ

 

 

 

2 ดาวจันทร์ในมือ

 

 

 

3 ดาวอังคารในมือ

 

 

 

4 ดาวพุธในมือ

 

 

 

5 ดาวพฤหัสในมือ

 

 

 

6 ดาวศุกร์ในมือ

 

 

 

7 ดาวเสาร์ในมือ

 

บทสวดที่หลวงพ่อจรัญค้นพบจากความฝัน

'คาถาพาหุงฯ' บทสวดที่หลวงพ่อจรัญค้นพบจากความฝัน

บทชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา)

 

 

 

 

 

 



นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )

พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ

พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

มาราติเร กะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะยะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกาวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฉฐะคาถา โย
วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ

มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯ

ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะ พุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัมหมะจาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธีเต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต




บทชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) (แปล)

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง (สามครั้ง)

ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะ
ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรมเจ้าเป็นสะระณะ
ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆเจ้าเป็นสะระณะ

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรมเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆเจ้าเป็นสะระณะ

แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรมเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆเจ้าเป็นสะระณะ

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้ทรงแจกจ่ายธรรม เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ดีโดยชอบด้วยพระองค์เอง ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชา และ จรณะ (ความรู้และความประพฤติ) เสด็จไปดี (คือไปที่ใดก็ยังประโยชน์ให้ที่นั้น) ทรงรู้แจ้งโลก ทรงเป็นสารถีฝึกคนที่ควรฝึก หาผู้อื่นเปรียบมิได้ ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้ตื่น ทรงเป็นผู้แจกจ่ายธรรม

พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว อันผู้ปฏิบัติเห็นชอบได้ด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาลเวลา ควรเรียกมาดูได้ ควรนอบน้อมเข้าไปหา อันผู้รู้พึงรู้ได้ด้วยตนเอง

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติตรง พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความรู้ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติชอบ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคนั้น จัดเป็นบุรุษสี่คู่ เป็นบุคคลแปด เป็นผู้ควรบูชา เป็นผู้ควรรับทิกษิณา เป็นผู้ควรกราบไหว้ เป็นเนื้อนาบุญของโลก หาสิ่งอื่นเปรียบมิได้

สมเด็จพระผู้มีพระภาค ผู้เป็นจอมของนักปราชญ์ ทรงชนะพญามารพร้อมด้วยเสนา ซึ่งเนรมิตแขนได้ตั้งพัน มีมือถืออาวุธครบทั้งพันมือ ขี่ช้างคิรีเมขล์ ส่งเสียงสนั่นน่ากลัว ทรงชนะด้วยธรรมวิธีมีทานบารมี เป็นต้น และด้วยเดชะของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะอาฬวกยักษ์ผู้โหดร้ายบ้าคลั่ง น่าสพึงกลัว ซึ่งต่อสู้กับพระองค์ ตลอดทั้งคืนรุนแรงยิ่งกว่าพญามาร จนละพยศร้ายได้สิ้น ด้วยขันติธรรมวิธีอันพระองค์ได้ฝึกไว้ดีแล้ว และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพญาช้าง ชื่อ นาฬาคิรี ซึ่งกำลังตกมันจัด ทารุณโหดร้ายยิ่งนัก ดุจไฟป่าจักราวุธและสายฟ้า ด้วยพระเมตตาธรรม และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะมหาโจร ชื่อ องคุลีมาล ในมือถือดาบเงื้อง่าโหดร้ายทารุณยิ่ง วิ่งไล่ตามพระองค์ห่างออกไปเรื่อย ๆ เป็นระยะทางถึง ๓ โยชน์ ด้วยทรงบันดาลมโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ) และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะคำกล่าวใส่ร้ายท่ามกลางชุมชน ของนางจิญจมาณวิกา ผู้ผูกท่อนไม้ซ่อนไว้ที่ท้องแสร้งทำเป็นหญิงมีครรภ์ ด้วยความจริง ด้วยความสงบเยือกเย็นด้วยวิธีสมาธิอันงาม และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะสัจจกนิครนถ์ ผู้เชิดชูลัทธิของตนว่าจริงแท้อย่างเลิศลอย ราวกับชูธงขึ้นฟ้า ผู้มุ่งโต้วาทะกับพระองค์ ด้วยพระปัญญาอันเป็นเลิศดุจประทีปอันโชติช่วง ด้วยเทศนาญาณวิถี และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพญานาคชื่อนันโทปนันทะ ผู้หลงผิดและมีฤทธิ์มาก ด้วยทรงแนะนำวิธี และ อิทธิฤทธิ์แก่พระโมคคัลลานะ พระเถระภุชงค์ พุทธบุตร ให้ไปปราบจนเชื่อง และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพรหม ชื่อ ท้าวพูกะ ผู้รัดรึงทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดไว้แนบแน่น โดยสำคัญผิดว่าตนบริสุทธิ์มีฤทธิ์รุ่งโรจน์ด้วยวิธีวางยาอันวิเศษ คือ เทศนาญาณ และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

แม้นรชนใดไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพุทธชัยมงคลคาถา ๘ บทนี้ ทุกวัน ย่อมเป็นเหตุให้พ้นอุปัทวอันตรายทั้งปวง นรชนผู้มีปัญญาย่อมถึงซึ่งความสุขสูงสุดแล สิวโมกข์นฤพานอันเป็นเอกันตบรมสุข

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยการกล่าวสัจจวาจานี้ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีผู้ยังความปีติยินดีให้เพิ่มพูนแก่ชาวศากยะ ทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันไม่รู้พ่าย ณ โปกขรปฐพี อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ฉะนั้นเถิด เวลาที่กำหนดไว้ดี งานมงคลดี รุ่งแจ้งดี ความพยายามดี ชั่วขณะหนึ่งดี ชั่วครู่หนึ่งดี การบูชาดี แด่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ กายกรรมอันเป็นกุศล วจีกรรมอันเป็นกุศล มโนกรรมอันเป็นกุศล ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล ย่อมประสบความสุขโชคดี เทอญ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

 
 

พาหุงมหาการุณิโก คืออะไร

(หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)

พาหุงมหากา คือ บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แล้วก็ พรพาหุงอันเริ่มด้วย พาหุงสะหัส จนไปถึง ทุคคาหะทิฏฐิ แล้วเรื่อยไปจนถึง มหาการุณิโกนาโถหิตายะ และจบลงด้วย "ภะวะตุสัพพะมังคะลัง สัพพะพุทธา สัพพะธรรมา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต" อาตมาเรียกรวมกันว่า "พาหุงมหากาฯ"

อาตมาจึงเข้าใจในบัดนั้นเองว่า บทพาหุงนี้คือ บทสวดมนต์ที่ สมเด็จพระพนรัตน์ วัด ป่าแก้ว ได้ถวายให้พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไว้สวดเป็นประจำ เวลาอยู่กับพระบรมราชวัง และในระหว่างศึกสงคราม จึงปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้า ทรงรบ ณ ที่ใดทรงมีชัยชนะอยู่ตลอดมา มิได้ทรงเพลี่ยงพล้ำเลย แม้จะเพียงลำพังสองพระองค์กับสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า ท่ามกลางกองทัพพม่า ด้วยการกระทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา ณ ดอนเจดีย์ปูชนียสถาน แม้ข้าศึกจะยิงปืนไฟเข้าใส่พระองค์ในตอนที่เข้ากันพระศพของพระมหาอุปราชาออกไปราวกับห่าฝนก็มิปาน แต่ก็มิได้ต้องพระองค์ ด้วยเดชะพาหุงมหากา ที่ทรงเจริญอยู่เป็นประจำนั่นเอง อาตมาได้พบตามที่นิมิตแล้วก็ไต่ขึ้นมาด้วยความสบายใจ ถึงปากปล่องที่ลงไป เนื้อตัวมีแต่หยากไย่ เดินลงมาแม่ชีเห็นเข้ายังร้องว่า หลวงพ่อเข้าไปในโพรงนั่นมาหรือ แต่อาตมาไม่ตอบ

ตั้งแต่นั้นมา อาตมาจึงสอนการสวดพาหุงมหากาฯ ให้แก่ญาติโยมเป็นต้นมา เพราะอะไร เพราะพาหุงมหากานั้น เป็นบทสวดมนต์ที่มีค่ามากที่สุด มีผลดีที่สุด เพราะเป็นชัยชนะอย่างสูงสุดของพระบรมศาสดา จากพญาวัสดีมาร จากอาฬาวกะยักษ์ จากช้างนาฬาคีรี จากองคุลิมาล จากนางจิญมานวิกา จากสัจจะกะนิครนธ์ จากพญานันโทปนันทนาคราช และท่านท้าวผกาพรหม เป็นชัยชนะที่พระพุทธองค์ทรงได้มา ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ และด้วยอำนาจแห่งบารมีธรรมโดยแท้ ผู้ใดได้สวดไว้เป็นประจำทุกวัน จะมีชัยชนะ มีความเจริญรุ่งเรือง ตลอดกาลนาน มีสติระลึกได้จะตายก็ไปสู่สุคติภูมิ

ขอให้คุณโยมช่วยประชาสัมพันธ์ให้ด้วยนะ ว่าให้สวดพาหุงมหากากันให้ถ้วนหน้า นอกจากจะคุ้มตัวแล้วยังคุ้มครอบครัวได้ สวดมาก ๆ เข้า สวดกันทั้งหลายประเทศ ก็ทำให้ประเทศมีแต่ความรุ่งเรือง พวกคนพาลสันดานหยาบก็แพ้ภัยไปอย่างถ้วนหน้า

ไม่เพียงแต่พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเท่านั้น ที่พบความมหัศจรรย์ของพบพาหุงมหากา แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงพบเช่นกัน โดยมีบันทึกโบราณบอกไว้ดังนี้

"เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชตีเมืองจันทบุรีได้แล้วก็ทรงเล็งเห็นว่า สงครามกู้ชาติต่อจากนี้ไปจะต้องหนักหนาและยืดยาว จึงทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระยอดธงแบบศรีอยุธยาขึ้น แล้วนิมนต์พระเถระทั้งหลายมาสวดบทพาหุงมหากาบรรจุไว้ในองค์พระ และพระองค์ก็ทรงเจริญรอยตาม พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยการเจริญพาหุงมหากา จึงบันดาลให้ทรงกู้ชาติสำเร็จ"

7 ดาวเสาร์ในมือ

 ดาวเสาร์ในมือ  เสาร์=เสือ =ระมัดระวังเข้มงวด  ระแวงจัด  ไม่ไว้ใจใคร ละเอียดรอบคอบ  อดทนกับการรอคอย เมือเวลาโกรธจะดุร้ายหรือโมโหร้าย
ดาวเสาร์คือดาวเลข 7 =10  อ่านว่าดาวเสาร์มีกำลัง 10 ประกอบด้วยเลข 1 คือดาวอาทิตย์ และเลข 0 คือดาวมฤตยู= ความรวดเร็วหรือเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่คาดคิดไม่ถึงหรือเหนือความคาดหมายคล้ายดาวราหูแต่ต่างจากดาวราหูตรงที่มีความเร็วเพราะได้พลังจากดาวอาทิตย์ หากรู้จักเพิ่มเติมเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันยุคทันสมัยก็จะประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดีดาวเสาร์เป็นเกษตรราศีมังกร  

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
วันเสาร์ม่วงสีอ่อน (Light Purple) งามเพราเพริศพริ้งอาภรณ์ พิจิตรเฉลาฉลักสุพรรณแฮ นิลมณีรัตน์กลิ้งกรอกน้ำ สล่ำสลัว
บูชาพระวันเกิด
คนเกิดวันเสาร์ ควรจะมีพระพุทธรูปปางพระนาคปรกบูชา จึงจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดี


กำเนิดดาวเสาร์ พระอิศวรผู้เป็นเจ้า สร้างพระเสาร์ขึ้นจากพยัคฆ์ ๑๐ ตัว โดยร่ายพระเวทให้เสือนั้นป่นลง แล้วจึงห่อด้วยผ้าสีดำ (Dark Brown Sehia) ประพรมด้วยน้ำอมฤต ก็บังเกิดเป็นองค์พระเสาร์เทวราชขึ้น มีสีกายเป็นสีคล้ำ ทรงรัตนนิลเป็นทิพยอาภรณ์ มีวิมานเป็นสีมรกต ทรงพยัคฆ์ราช (เสือ) เป็นพาหนะ สถิตในหรดีทิศ
ตำนานกล่าวว่า
ในกาลครั้งหนึ่ง พระเสาร์เกิดเป็นนาคราช พระอังคารเกิดเป็นอาลัมพายน์ (หมองู) จับเอาพญานาคไปเที่ยวเร่แสดงให้คนดู ให้ได้รับความลำบากแก่ตัวยิ่งนัก ฯลฯ
ตามหลักการพยากรณ์
พระเสาร์เป็นดาวขนาดใหญ่ รองจากพระพฤหัสบดี และสร้างด้วยเสือ ดังนั้น จึงมีใจดุร้ายดัง พยัคฆ์ราช รักษาเกียรติยศ (อดอยากเยี่ยงอย่างเสือสงวนศักดิ์) ระวังภัยมาก มีใจเป็นพาล มีทิฏฐิมานะกล้าหาญ ชอบคบพาล และ นักเลงโต ชอบการตีรันฟันแทงต่อสู้ คล้ายพระอังคาร รูปไม่งาม แต่ท่าทางผึ่งผายองอาจ เป็นที่เกรงขามของเหล่าศัตรู ชอบอยู่เพียงเงียบ ๆ ขรึม รักความสันโดษ แก้ตัวคล่องแคล่วว่องไว เอาตัวรอดได้ดี หึงหวง กล้าได้กล้าเสีย ถ้ามียศถาบรรดาศักดิ์ มักข่มเหงผู้น้อย ดุร้าย แต่ผู้เป็นนายรักใคร่ชอบพอ จะทำสิ่งใด ก็รอบคอบ สุขุม ยั่งยืนถาวร สติปัญญาหลักแหลม ไม่ยอมเสียเปรียบใครได้ง่าย ๆ ถ้าเสียเปรียบใครแล้วมักผูกพยาบาทไม่หาย เข้าใจรักษาตัว ตรงไปตรงมา เฉียบขาด เหมาะสมกับเป็นหัวหน้า หรือผู้นำคณะ เป็นคนที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลมรรยาท นอกจากราหู แล้วก็ไม่ยอมเป็นมิตรกับใคร ยิ่งอังคารด้วยแล้ว เป็นศัตรูกันอย่างออกหน้าออกตา ไม่ใคร่ชอบการศึกษาและการเล่าเรียน แต่มีปฏิภาณดี โกรธง่ายหายเร็ว เป็นเจ้าแห่งการกสิกรรมและอารยะธรรม มีความมานะบากบั่นอดทน และบึกบึนเป็นที่หนึ่ง โหราจารย์ชาวฝรั่งและชาวอินเดีย มีความขยาดเกรงกลัวดาวดวงนี้นักหนา โหราจารย์ก็มักพยากรณ์โทษทัณฑ์ทุกข์โศก ฯลฯ ด้วยเสาร์นี้ ได้เป็นกาลกิณีตกในเรือนวินาศ ก็พันห่วง  พระเสาร์เป็นดาวบาปเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด


 

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม  ดาว เลข 2 - 7

 

 

 

 

1 ดาวอาทิตย์ในมือ

 

 

 

2 ดาวจันทร์ในมือ

 

 

 

3 ดาวอังคารในมือ

 

 

 

4 ดาวพุธในมือ

 

 

 

5 ดาวพฤหัสในมือ

 

 

 

6 ดาวศุกร์ในมือ

 

 

 

7 ดาวเสาร์ในมือ

 

Page 1 of 5